.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

“โรคมะเร็งศีรษะและลำคอ” เป็นโรคมะเร็งที่อยู่ในบริเวณพื้นที่แคบ และประกอบด้วยหลากหลายอวัยวะ เริ่มตั้งแต่บริเวณโพรงจมูก หลังโพรงจมูก ช่องปาก หลังช่องปาก และบริเวณคอหอย ซึ่งมะเร็งแต่ละที่ก็มีแนวทางการรักษาที่แตกต่างออกไป การรักษาหลักของโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ ประกอบด้วย การผ่าตัด การฉายรังสี และการให้ยาเคมีบำบัด รวมทั้งในปัจจุบันก็มีข้อมูลยาใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด แต่ในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะ “การรักษาด้วยการฉายรังสีแบบสงวนอวัยวะ” เท่านั้น

ในอดีตการรักษาโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ มักจะใช้การรักษาเพียงวิธีเดียว (Single Modality) เช่น ผ่าตัดก็ผ่าตัดอย่างเดียว ฉายรังสีก็ฉายรังสีอย่างเดียว แต่ปัจจุบันจะเป็น การรักษาแบบผสมผสาน (Multi-modality) คือ การใช้หลายๆ วิธี ไม่ว่าจะเป็น การผ่าตัด การฉายรังสีและเคมีบำบัด เพื่อให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด และมีผลข้างเคียงที่น้อยที่สุด เพราะการรักษาแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

การผ่าตัด สามารถทำให้ได้ข้อมูลชิ้นเนื้อและระยะของมะเร็งที่ถูกต้อง ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจในด้านประเมินการรักษาเสริม

การฉายรังสี สามารถเข้าถึงบริเวณที่ผ่าตัดยาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งที่ติดกับอวัยวะสำคัญ เช่น ก้านสมอง ไขสันหลัง หรือ กะโหลกศีรษะ

การใช้ยาเคมีบำบัด สามารถเข้าถึงตำแหน่งที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ช่วยลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง หรืออาจจะช่วยส่งเสริมในเรื่องของการฉายรังสี และการผ่าตัดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การรักษาในโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ จะมีความแตกต่างกันตามตำแหน่งของโรค และตามระยะของตัวโรค ว่าไปอยู่ที่อวัยวะใดบ้าง บางคนมีเพียงอวัยวะเดียว เช่น บริเวณคอหอย ในขณะที่บางคนตัวโรคมีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง หรือมีการแพร่กระจายไปที่อวัยวะข้างเคียง ซึ่งจะทำให้การรักษาแตกต่างกัน นอกจากนี้การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง กินอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เพราะจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และทำให้สามารถรับการรักษาได้อย่างเต็มที่

การรักษาแบบสงวนอวัยวะ คืออะไร

ในอดีตการรักษาโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ การรักษาหลักจะเป็นการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว ซึ่งพบว่า การผ่าตัดแม้จะให้ผลการรักษาที่ดี แต่อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยหลายๆ คนที่มีมะเร็งอยู่ในอวัยวะที่มีความสำคัญ การผ่าตัดก็อาจจะมีผลข้างเคียง ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก เช่น คนไข้เป็นมะเร็งที่ดวงตาในระยะต้น การผ่าตัดให้ผลลัพธ์ของการรักษาที่ดีมีโอกาสหายขาดที่สูง แต่คนไข้ก็จะต้องเสียดวงตาไป จึงมีแนวความคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้คนไข้ยังสามารถรักษาอวัยวะนั้นๆ ไว้ได้

ตัวอย่างของ การรักษาแบบสงวนอวัยวะ เช่น โรคมะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ขา ในอดีตคนไข้ที่เป็นมะเร็งของกล้ามเนื้อ หรือไขมันที่ขา การรักษาคือ การตัดขา ซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่ลงอย่างชัดเจน จึงเกิดการรักษาแบบผสมผสานมาแทนการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว โดยเป็นการผ่าตัดก้อนมะเร็ง และบริเวณรอบๆ ร่วมกับการฉายรังสีเสริม ไม่ว่าจะเป็นก่อน หรือหลังการผ่าตัด เพื่อเป้าหมายในการหายขาด และลดการกลับมาเป็นซ้ำ ให้มีความเทียบเท่ากับการผ่าตัดขา

อีกตัวอย่างของการรักษาแบบสงวนอวัยวะคือ โรคมะเร็งลำไส้ตรง หากจุดที่เป็นมะเร็งอยู่สูง สามารถทำการผ่าตัดและต่อลำไส้ได้ จากนั้นจึงค่อยประเมินการรักษาเสริม แต่ในทางกลับกันถ้าเป็นโรคมะเร็งทวาร หรือลำไส้ตรงส่วนปลายในบางกรณี การรักษาโดยการผ่าตัด คนไข้จะต้องมีถุงหน้าท้อง และต้องมีการดูแลถุงหน้าท้องไปตลอด ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีการรักษาด้วยการฉายรังสีแทนการผ่าตัด ในคนไข้ที่มีตำแหน่งตัวโรคอยู่ในตำแหน่งที่หากมีการผ่าตัดอาจจะมีผลต่อการดำเนินชีวิต

การรักษาแบบสงวนอวัยวะในคนไข้มะเร็งศีรษะและลำคอ ซึ่งโดยหลักๆ จะเป็นการรักษาโรคมะเร็งคอหอย หลังช่องปาก และบริเวณหลังโพรงจมูก

“โรคมะเร็งคอหอย” คนไข้อาจมาด้วยอาการเสียงแหบ กลืนอาหารลำบาก คลำได้ก้อนที่คอ หรือหายใจลำบากหากตัวโรคเป็นมากขึ้น

การรักษาโรคมะเร็งทุกชนิด ยิ่งตรวจพบเร็ว การรักษาจะยิ่งมีประสิทธิภาพ เพราะในคนไข้ที่ตรวจพบตั้งแต่เป็นระยะต้น และยังไม่มีการกระจายไปยังอวัยะอื่น อาจจะสามารถรักษาได้โดยใช้เพียงวิธีเดียว ไม่ว่าจะเป็น การผ่าตัดอย่างเดียว หรือฉายรังสีอย่างเดียว ขอบเขตของการรักษาก็จะแคบลง โอกาสในการหายขาดของโรคก็จะมีมากขึ้นด้วย แต่ถ้าเป็นมากแล้วจะใช้การรักษาแบบผสมผสานเพื่อให้โอกาสของการหายขาดมีมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแล้วตามด้วยการฉายรังสี หรือการฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด

การรักษาโรคมะเร็งคอหอย หากจำกัดอยู่เฉพาะที่คอหอย สามารถรักษาโดยการฉายรังสีเพียงอย่างเดียว แต่หากตัวโรคกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองข้างใดข้างหนึ่ง หรือมีการลุกลามออกไปนอกคอหอย จะต้องมีการเพิ่มปริมาณรังสีที่เพิ่มขอบเขตการฉายรังสี หรือใช้เคมีบำบัดมาช่วยเสริมประสิทธิภาพของการฉายรังสี อย่างไรก็ตามในเรื่องของการให้เคมีบำบัดพร้อมการฉายรังสี มักจะเป็นเคมีบำบัดในปริมาณน้อยๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการฉายรังสี ผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดมักจะน้อยกว่าการให้เคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว ไม่มีผมร่วง แต่อาจจะมีคลื่นไส้หรืออาเจียนได้บ้างในผู้ป่วยบางราย โดยทั้ง 2 สิ่งนี้จะช่วยกันเพื่อส่งผลให้โอกาสหายขาดมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“โรคมะเร็งหลังช่องปาก” ส่วนใหญ่จะพบเป็นก้อนจะไปกดเบียด หรืออยู่ในอวัยวะต่างๆ คนไข้ก็จะมีอาการต่างๆ ตามอวัยวะที่เกิดมะเร็ง การรักษาหลัก คือ การผ่าตัดแล้วประเมินว่าคนไข้มีข้อบ่งชี้ที่จะต้องฉายรังสีหรือไม่ แต่ในหลายๆ ครั้งพบว่าผู้ป่วยมีตำแหน่งของมะเร็งที่ลุกลามไปที่อวัยวะที่สำคัญ เช่น โคนลิ้น หรือลิ้นปิดกล่องเสียง ซึ่งการผ่าตัดอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่แย่ลง จึงเป็นหนึ่งในข้อบ่งชี้ของการฉายรังสีแทนการผ่าตัด

การรักษาโรคมะเร็งหลังช่องปาก เป็นหนึ่งในการรักษาที่มีปริมาณของการฉายรังสีมากครั้งที่สุดในอวัยวะทั้งหมด ประมาณ 33-35 ครั้ง และอาจจะต้องทำร่วมกับการทำเคมีบำบัดด้วย เนื่องจากหู คอ จมูก เป็นบริเวณที่ล้อมรอบด้วยอวัยวะสำคัญหลายอวัยวะ ได้แก่ ต่อมน้ำลาย ลิ้นและเส้นประสาทมากมาย การฉายรังสีจึงต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ โดยจะฉายรังสีครั้งละน้อยๆ เพื่อไปจัดการฆ่าเซลล์มะเร็งทีละเล็กทีละน้อย และมีช่วงเวลาให้เซลล์ปกติมีการฟื้นฟูตนเอง ส่งผลให้การรักษามีประสิทธิภาพดีที่สุด และมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด

ก่อนเริ่มการรักษา คนไข้จะต้องมาพบแพทย์ ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และถ่ายภาพทางรังสี เพื่อประเมินว่าตอนนี้ตัวโรคเป็นอย่างไรบ้าง มีการแพร่กระจายไปที่อื่นหรือไม่ โดยเฉพาะในคนไข้ที่ตัวโรคเป็นค่อนข้างมาก นอกจากนี้ก่อนการฉายรังสีในคนไข้มะเร็งในช่องปาก จะต้องมีการถอนฟัน โดยพิจารณาว่าเป็นฟันที่มีโอกาสต้องถอนภายในระยะเวลา 2-4 ปี เพราะถ้าเริ่มการรักษาด้วยการฉายรังสีไปแล้ว ถ้ามีการถอนฟัน อาจจะส่งผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น เลือดออกง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสการติดเชื้อหรืออักเสบมากขึ้น

หลังจากที่มีการฉายรังสีแล้ว คนไข้อาจจะมีฟันผุ ฟันเสียมากขึ้น โดยมักมีสาเหตุมาจากน้ำลายลดลง และการกินอาหารลดลงจากการฉายรังสี เรื่องของโภชนาการจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ในคนไข้มะเร็งศีรษะและลำคอ ซึ่งจะกล่าวถึงในตอนต่อไป รอติดตามกันนะครับ

@@@@@@@

แหล่งข้อมูล

อ.นพ.สมภัทร วัฒนาสุวรรณ สาขารังสีวิทยาและมะเร็งวิทยา ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล