.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ แวดวงการเมืองมีเรื่องให้ต้องลุ้นกันอีกแล้ว ข้อสำคัญก็คือเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่ 40 สว.ขอให้วินิจฉัย กรณีการแต่งตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” ในฐานะผู้ลงนามแต่งตั้ง จึงต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งศาลก็รับคำร้องพิจารณาแล้ว

แต่ “พิชิต” ต้นเหตุของปัญหานั้น ไม่รับคำร้องเพราะยื่นใบลาออกไปก่อนทว่าอนาคตทางการเมืองคงต้องจบไปด้วย

ศาลสั่งให้นายกรัฐมนตรีส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน

กลับจากทัวร์ต่างประเทศก็ต้องรีบดำเนินการให้ทันเงื่อนเวลา

แน่นอนว่าคำชี้แจงนั้นถือว่ามีความสำคัญ เพราะศาลจะใช้เป็นหลักฐานสำคัญ เนื่องจากเป็นคำตอบว่าทำไมจึงลงนามแต่งตั้งคนนี้ ซึ่งมีมลทินติดตัวอยู่

คนอื่นอีกมากมายไม่ตั้ง ไหนบอกว่ามีบุคลากรเก่งๆมากมาย

ข้อพิจารณาก็คือคำชี้แจงนั้นจะฟังขึ้นหรือไม่ หากเป็นเหตุเป็นผลรับฟังได้ก็มีโอกาสรอด ตรงกันข้ามฟังไม่ขึ้น

ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง…

ความจริงเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะเป็นเหตุผลในแง่กฎหมายว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่

แต่ประเด็นที่จะตามมาก็คือศาลให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะคงต้องการให้ การบริหารประเทศดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก

ทว่าสถานการณ์และความเป็นไปนั้น ต่างกับก่อนหน้านี้แน่ อย่างน้อยก็คงทำให้ภาวะจิตใจเกิดความวิตกกังวล เนื่องจากสถานภาพไม่ต่างไปจาก

“คนที่คอพาดเขียง” อยู่ ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร?

บรรยากาศที่จะแต่งตั้งผ้าขาวม้าไทยเดินโชว์ต่างประเทศน่าจะหมดไปแล้ว ถึงไปก็คงไม่สนุกครึกครื้นแน่

นี่แหละวังวนชีวิตคน…

การปรับ ครม.ครั้งนี้ แทนที่จะดูดี กลับสร้างปัญหาให้ตัวเอง นอกจากรัฐมนตรี ต้องลาออกไป 3 คน ย่อมทำให้ความเชื่อมั่นที่เคยมีมา

หายไปฉับพลันทันใด

มีการพูดกันว่านี่เป็นประกาศิตของ “อำนาจเก่า” ที่ต้องการกำราบผู้มีอิทธิพล เหนือนายกรัฐมนตรีที่เหิมเกริมล้ำเส้นเกินพอดี

จึงสั่งสอนและให้ขีดวงการแสดงบทบาท

ก็ว่ากันไปตามที่นักวิเคราะห์การเมืองสรุป

แต่ความจริงแล้วทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาจากความไม่รอบคอบ คิดว่ามีอำนาจแล้วจะทำอะไรก็ได้ จะตั้งใครก็ได้

เหตุมันอยู่ตรงนี้มากกว่า

คิดไปอีกด้าน หากนายกรัฐมนตรีมีอันต้องพ้นจากตำแหน่ง ก็ต้องหาคนมาทำหน้าที่แทน ที่มองกันว่า “เพื่อไทย” คงจะ ส่งหัวหน้าพรรค “อุ๊งอิ๊งค์” ขึ้นไปแทนที่

อันนั้นว่ากันตามเส้นทางที่ควรจะเป็น…

แต่ในสถานการณ์การเมืองอย่างนี้ การส่ง “อุ๊งอิ๊งค์” ขึ้นไปค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงไม่น้อย เพราะต้องตกเป็นเป้า “นิ่ง” อย่างแน่นอน

ละอ่อนการเมืองอย่างนี้จะทนรับแรงกดดันได้แค่ไหน?

หรือจะส่ง “ชัยเกษม นิติศิริ” แคนดิเดตอีกคน ก็ดูท่าจะไม่ไหว อีกทั้งสุขภาพก็ไม่ค่อยจะดีด้วย

ด้วยปัจจัยและเงื่อนไขต่างๆ โอกาส “แคนดิเดต” คนอื่นที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาลจึงเปิดกว้างไม่น้อย

คงไม่ต้องไปถามบุคคลที่อยู่ในข่ายเหล่านี้

ต้องการให้ “เศรษฐา” ถูกเชือดหรือไม่?

“ลิขิต จงสกุล”

คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม