ดูละครแล้วย้อนมาดูตัวเรา ชีวิตจริงไม่ต่างจากละคร ผ่านร้อนผ่านหนาวบนถนนสายการเมืองมานาน เจ็บมาก็เยอะ วันที่อดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับบ้านอย่างเท่ๆ สมกับราคาที่คุยเอาไว้ 17-18 ปี ที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ เดินทางเข้านอกออกในได้ทุกประเทศ ได้รับการรับรองคุ้มครองจากมิตรสหายที่อยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ศึกษาเรียนรู้การใช้ชีวิต และการเอาตัวรอดในสังคมโลก ผ่านประสบการณ์มามากมาย
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาวนเวียนกับการเมืองแบบไทยๆ เพราะการเมืองคือเรื่องของผลประโยชน์ล้วนๆ วันที่ ทักษิณ ถูกยึดอำนาจ เหมือนคนที่ไร้ประโยชน์ มองหามิตรที่เคยร่วมงานกันมาไม่เห็นแม้แต่คนเดียว ไม่กล้าไปพบไปเยี่ยม ไม่กล้าติดต่อพูดคุย เพราะคิดว่า ทักษิณ หมดประโยชน์ไปแล้ว จากมิตรก็ทำตัวเป็นศัตรู
ไม่มีผู้นำคนไหนฟื้นคืนชีพหลังจากถูกยึดอำนาจแม้แต่คนเดียว ยังโชคดีที่มีมิตรแท้อยู่ไม่กี่คน ช่วยประคับประคองให้กำลังใจ จนกระทั่ง ทักษิณ ฟื้นกลับมามีอำนาจอีกครั้ง หลังจาก เพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลทักษิณ ก่อนที่จะถูกยึดอำนาจสมัย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2557 ทุกวันมีคนเดินทางไปพบ ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ดูไบ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ จนหัวกระไดบ้านไม่แห้ง แม้แต่คนที่เคยยึดอำนาจไปจาก ทักษิณ ก็ยังไปพบ เพราะรู้ว่า ทักษิณ ฆ่าไม่ตาย ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ ข้าราชการระดับสูง เข้าคิวกันพบ ทักษิณ จนแทบไม่มีเวลาหายใจ
เมื่อมี ทักษิณ ก็ต้องมี เพื่อไทย และเมื่อมีเพื่อไทยก็ต้องมีทักษิณ การเดินทางกลับมารับโทษในประเทศไทย กลับบ้านมาเลี้ยงหลานสมใจนึก แต่ชีวิตทักษิณ กลับวุ่นวาย เพราะความมากบารมี ที่ถนนทุกสายมุ่งไปที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เพราะคิดว่าจะบันดาลผลประโยชน์ให้ได้ทุกอย่าง
ความเป็นอิสระเสรีของทักษิณ จึงดับวูบไปทันทีหลังจากที่กลับบ้าน ถูกสังคมจับจ้อง ถูกศัตรูคู่อาฆาตเดิมตามจองกฐิน ไปไหนมาไหนล้วนแต่มีคนคอยจับตาเฝ้าสังเกตทุกอิริยาบถ มีแต่คนเข้าไปขอแต่ไม่มีคนให้
…
ในที่สุด ทักษิณ ก็ถูกลากเข้าสู่กับดักการเมืองจนได้ กลายเป็นคนที่ต้องออกมาปกป้องรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ต้องรบกับคนที่เคยร่วมต่อสู้กันมา คนที่เป็นศัตรูคู่อาฆาต เปลี่ยนมิตรเป็นศัตรู เปลี่ยนศัตรูเป็นมิตร และต้องรักษาขั้วอำนาจเอาไว้ เวลานี้มีทั้งพรรคเล็กพรรคน้อย กลุ่มการเมืองวิ่งเข้าหาทักษิณ รับปากจะเข้าไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย อย่างดิบดี
การที่ ทักษิณ ส่งสัญญาณออกอากาศ รู้ตัวผู้บงการ 40 สว. ที่ร้องตรวจสอบคุณสมบัติ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ก็เท่ากับเป็นการการันตีว่า ทักษิณ ไม่ใช่คนแก่ที่จะเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้าน หรือหมดบารมี เพราะมีชนักติดตัว
หลังวันที่ 29 พ.ค.นี้ รอฟังคำสั่ง อัยการสูงสุด จะสั่งคดี ม.112 อย่างไร และ หลังเดือน ส.ค. ที่ ทักษิณ จะพ้นโทษ จะเป็นคำตอบสุดท้ายของอนาคตการเมือง ถ้ารอดหมดทุกกรณี ทักษิณไม่ต่างจาก พยัคฆ์ติดปีก ขนาดยังอยู่ในระหว่างการพักโทษ ก้าวไกล ด้อมส้ม ที่ว่าแน่ ประชาธิปัตย์ที่มีทั้งมีดโกนอาบน้ำผึ้งและฝ่ายค้านมืออาชีพ ยังกร่อย จุดไม่ติด พื้นที่สื่อถูกยึดเอาไว้ แทบจะไม่มีที่ยืน ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร บวกกับการเมือง การละคร จากประสบการณ์ ทักษิณ คงเข้าใจการเมืองไทยทะลุปรุโปร่ง แต่ถ้าก้าวพลาด เพราะไว้ใจคนการเมือง
ก็ต้องทำใจ ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกรา.
หมัดเหล็ก
[email protected]
คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม