.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

เมื่อสัปดาห์ก่อนทีมข่าวต่างประเทศ นสพ.ไทยรัฐ มีโอกาสได้ร่วมวงพูดคุยกับ คุณแทมมี ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ สำนักงานประจำประเทศไทย กับผู้สื่อข่าวกลุ่มเล็กๆ หลังจากรับหน้าที่ในกรุงเทพฯได้ราว 6 เดือน หลังสั่งสมประสบการณ์การทำงานมาแล้วในเกือบทุกทวีปทั่วโลก

คุณชาร์ปเกริ่นว่า “สื่อ” มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของ UNHCR ด้วยเป็นผู้นำเสนอความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม ก่อนเล่าถึงภารกิจของ UNHCR มีวาระสำคัญต้องการผลักดันความช่วยเหลือแก่ 2 กลุ่มคนในประเทศไทย นั่นคือ กลุ่มผู้ลี้ภัย บุคคลที่ถูกบังคับ มีความจำเป็นต้องออกจากประเทศของตนเองมาอยู่อีกประเทศหนึ่ง เช่นผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา 80,000 คนหนีภัยสงครามตั้งแต่ปี 2518 มาอยู่ที่ค่ายพักพิง 9 ค่ายใน 4 จังหวัดชายแดนไทย-เมียนมา นอกจากนี้ ในกลุ่มนี้ยังรวม ผู้ลี้ภัยในเมือง เช่น ชาวปากีสถาน เวียดนาม กัมพูชา มาอยู่ในกรุงเทพฯ ขอให้ UNHCR ช่วยดำเนินการขอสถานะ “ผู้ขอลี้ภัย” ไปตั้งรกรากในประเทศที่ 3 ต่อไป

ส่วนอีกกลุ่มคือ “บุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ”

แน่นอนว่าภารกิจหลักใน 2 กลุ่มคนนี้มีความท้าทายอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะประเด็นด้าน “กฎหมาย” แม้ว่าตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลให้ผู้ลี้ภัยได้อาศัยอยู่ชั่วคราว โดยไม่ได้ลงนามเป็นภาคีของอนุสัญญาปี ค.ศ.1951 ว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยแต่อย่างใด ส่งผลให้ผู้ลี้ภัย เหล่านี้ไม่ได้รับสถานะความคุ้มครองถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม คุณชาร์ปเข้าใจดีว่าการลงนามในสัญญาต่างๆของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาผลผูกพันอย่างถี่ถ้วน แต่ก็ได้ย้ำว่า การให้สถานะผู้ลี้ภัยเป็นเรื่องมนุษยธรรม ไม่ได้เป็นเรื่องการเมือง

ประเด็นนี้ผู้เขียนเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเป็นประเด็นอ่อนไหว โดยเฉพาะเมื่อการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคมจึงสมควรต้องพินิจพิเคราะห์ให้ดี ไม่ควรรีบร้อน.

อมรดา พงศ์อุทัย

คลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม