.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

เป็นอีกหนึ่งความหวังเล็กๆที่ สส.และ สว.จะมาพบกันครึ่งทางร่วมเห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมายประชามติให้ออกมาเร็วที่สุด จากข้อเสนอของคุณนิกร จำนง กรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่โยนทางออกให้ใช้ “เสียงข้างมากชั้นครึ่ง” โดยชั้นแรกยอมเอาตาม สว.คือใช้เกณฑ์ผู้มาใช้สิทธิออกเสียงทำประชามติต้องมีเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง และอีกครึ่งชั้นเป็นการเปลี่ยนเกณฑ์การเห็นชอบประชามติ โดยยึดเสียงข้างมากแทนการใช้เสียงกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ

หากคณะกรรมาธิการร่วมฯซึ่งมี สส.และ สว.ฝ่ายละครึ่งเอาตามข้อเสนอนี้ แล้วสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาโหวตเห็นชอบ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติก็จะออกมาบังคับใช้ได้เร็ว ไม่ต้องถูกดองไว้อีก 180 วัน กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าได้ทันที ก็พอจะมีหวังได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันการเลือกตั้งครั้งหน้า

แต่ผมเชื่อว่า สว.ไม่มีทางยอมรอมชอมกับ สส.ในเรื่องนี้ สว.ทั้ง 14 คนที่ถูกส่งมาเป็นกรรมาธิการร่วมฯล้วนเป็นสายสีน้ำเงิน มีธงอยู่แล้วว่าต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น เพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญทำได้ยากที่สุด สัญญาณชัดเจนตั้งแต่ตอนที่วุฒิสภาโหวตกลับลำเปลี่ยนจากเสียงข้างมากชั้นเดียว มาใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น ด้วยคะแนนท่วมท้นถึง 160 กว่าเสียง แพ็กกันแน่น โชว์จุดยืนจะลากเกมต่อเวลา รัฐธรรมนูญปี 60 ให้อยู่ได้นานที่สุด

อย่าว่าแต่ สว.เลย แม้กระทั่งบรรดา สส.เองก็ไม่แน่ว่าจะเอาด้วยกับข้อเสนอของคุณนิกร พรรคภูมิใจไทยที่มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับ สว.สีน้ำเงินจะมีท่าทีอย่างไร หรือแม้แต่พรรคเพื่อไทยก็เดินหน้า 2 ก้าว ถอยหลัง 1 ก้าว ทำให้ไปถึงเป้าหมายช้ากว่ากำหนด

ยังมีข้อสังเกตของ คุณชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่า ที่ประชามติ 2 ชั้นหรือชั้นครึ่ง เรื่องใหญ่มันอยู่ที่ชั้นแรก ที่ระบุว่าต้องมีคนมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ เท่ากับว่าคนที่ไม่มาใช้สิทธิหรือไม่ประสงค์จะลงคะแนนจะถูกนับไปด้วยว่าเป็นคนไม่เห็นชอบ ค้านการทำประชามติ เราถึงบอกว่ามันไม่ควรมี ควรเอาเสียงข้างมากธรรมดา พรรคเพื่อไทยยืนยันจุดนี้แล้ว สภาฯก็ยืนยันจุดนี้แบบเอกฉันท์ให้ใช้เสียงข้างมากธรรมดา ส่วนตัวให้ความสำคัญกับชั้นแรกมากกว่า

(ท่านผู้อ่านลองขบคิดเล่นๆดูนะครับว่า ระหว่างการมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง กับการมีผู้เห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ อย่างไหนยากกว่ากัน)

ตอนหาเสียงเลือกตั้ง เกือบทุกพรรคประกาศจะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชาวบ้านก็หลงเชื่อว่าทุกพรรคจะจับมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ให้ทันการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ปรากฏว่าในนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภากลับไม่ได้ตีกรอบเวลาไว้ โดยระบุถ้อยคำกว้างๆเพียงว่า “รัฐบาลจะเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้เป็นประชาธิปไตยขึ้นโดยเร็วที่สุด”

ในขณะที่พรรคประชาชนที่ดูเหมือนโหยหาประชาธิปไตยมากกว่าใครกลับปลุกกระแสสังคมไม่ขึ้น ทำได้แค่เล่นบทตามตื๊อตอแยเหมือนเด็ก อย่างที่  คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ จะทำหนังสือขอเข้าพบ 3 ฝ่าย ได้แก่ ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี และ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยผลักดันทำประชามติแค่  2  ครั้งในการแก้รัฐธรรมนูญ

ทั้ง 3 ฝ่ายที่คุณพริษฐ์ขอเข้าพบ คงมีแค่ประธานรัฐสภาที่เปิดให้เข้าพูดคุยแน่ๆ แต่จะบรรจุวาระให้หรือเปล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ขณะที่นายกฯน่าจะต้องดูสถานการณ์ความจำเป็นก่อน แต่ถึงจะยอมให้เข้าพบ ก็ไม่อาจไปสั่งพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ดี คงโยนให้ไปคุยกันในสภาฯตามสูตร ส่วนศาลรัฐธรรมนูญนั้นปิดประตูได้เลย เพราะไม่มีหน้าที่อธิบายขยายความคำวินิจฉัย

วันนี้บรรดานักการเมืองรู้กันดีว่าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ทันเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ก็เล่นปาหี่ตามบทของแต่ละพรรค ปล่อยให้ประชาชนรอเก้อต่อไป.

ลมกรด

คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม