การเป็นรัฐบาลผสมทำให้ นโยบายรัฐบาลเดินหน้าไม่ได้เต็มที่ เมื่อนโยบายไม่สัมฤทธิ์ผล เครดิตความนิยมรัฐบาลก็จะลดลงเรื่อยๆ การทำงานไม่ราบรื่น ขาดเสถียรภาพ ในยุคที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นแกนนำพรรครัฐบาล เคยมีแนวคิดที่จะให้พรรคการเมืองต่างๆมารวมอยู่ที่พรรคไทยรักไทยพรรคเดียว เพื่อสะดวกในบริหารจัดการ เคยมีรัฐธรรมนูญบางฉบับต้องการให้มีพรรคการเมืองน้อยที่สุด นำไปสู่การเมืองและพรรคการเมืองที่มีเสถียรภาพ เช่นเดียวกับในต่างประเทศที่แบ่งเป็นอนุรักษ์นิยม เสรีนิยม พรรคแรงงาน พรรคไหนที่ชาวบ้านเลือกเข้ามามากที่สุดก็เป็นรัฐบาลไป ไม่ต้องไปวิ่งต่อรองโควตาเก้าอี้ รมต.กันเหมือนบ้านเราให้เมื่อยตุ้ม
ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ตรวจสอบในสภา ฝ่ายรัฐบาลก็ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ปัญหาภายในแต่ละพรรคก็ไปจัดการกันเอา ไม่กระทบกับการเป็นรัฐบาล อยู่กันไปจนครบวาระ ชาวบ้านก็จะได้ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้น พรรคไหนทำดีแก้ปัญหาของประชาชนได้ก็ได้อยู่ต่อ คล้ายๆกับการเลือกรัฐบาลไปในตัว บ้านเราเลือก สส.เสียงข้างมากไปแล้วก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลอย่างที่คิด ชาวบ้านเซ็ง
แนวคิดนี้เชื่อว่ายังมีอยู่หลังจากที่ อดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร พ้นโทษ คงได้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น ปัญหาเฉพาะหน้าคือการสร้างฐานการเมืองให้แน่น เริ่มจาก สว. ถึง สว.ชุดต่อไป จะไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯในสภาได้เหมือนเดิม แต่ก็ยังมีบทบาทในการเลือกองค์กรอิสระทั้งหลาย และพิจารณาผ่านกฎหมายสำคัญของรัฐบาล เช่น กฎหมายงบประมาณ เป็นต้น
ดังนั้น การเลือก สว.เที่ยวนี้จึงมีความสำคัญกับอนาคตทางการเมืองของพรรคการเมือง ก้าวไกลรณรงค์ให้คนมาสมัครกันเยอะๆ เพื่อเลือกบุคคลที่เป็นเป้าหมายเข้ามาเป็น สว. จากระดับอำเภอ จังหวัดและระดับประเทศ แต่อีกขั้วไปมองที่ระดับประเทศหรือปลายน้ำเลย รักใครชอบใครก็ไปเจาะเอาตอนนั้น ตามวิถีของการเมืองแบบไทยๆ
…
ในระบบอุปถัมภ์เห็นเค้าลางว่าใครแพ้ใครชนะ
การเลือกนายก อบจ. ทั่วประเทศที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการเมืองท้องถิ่นก็เช่นกัน ที่ผ่านมา ก้าวไกล หว่านเมล็ดพันธุ์เอาไว้มาก เพื่อจะล้มบ้านใหญ่ให้ได้ จะเห็นผลก็คราวนี้ ส่วนจะได้นายก อบจ.เข้ามากี่มากน้อย ก็ต้องไปวัดกันในพื้นที่ระหว่าง กระแสกับกระสุน ใครจะแรงกว่ากัน
การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่เหมือนการเลือกตั้งระดับชาติ ผู้นำ ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ยังมีผลต่อการชี้นำการเลือกตั้งมากกว่า ขึ้นอยู่ว่ากระสุนใครจะหนักกว่ากัน
เชื่อว่าหลัง เดือน ส.ค.ไปแล้วจนถึงต้นปีหน้า จะเป็นการวัดกระแสระหว่าง ก้าวไกล กับ เพื่อไทย อีกระลอก วัดบารมี ยี่ห้อทักษิณ ว่าจะเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน
ภาพรวมรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ยังอยู่ได้สบายๆ พรรคร่วมรัฐบาลยังอยู่ภายใต้การบริหารจัดการไม่มีปัญหา ฝ่ายค้าน ก้าวไกล มีกำลังแค่พรรคเดียว ล้มรัฐบาลยาก ประชาธิปัตย์ก็คงไม่อยากเป็นฝ่ายค้านถาวร
ยกเว้นว่าฝีที่ซ่อนอยู่ภายในทั้ง ป.ป.ช. กกต. หรือศาลรัฐธรรมนูญจะแตกออกมาเสียก่อน.
หมัดเหล็ก
[email protected]
คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม