ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง เท่ากับบรรลุผลเรียบร้อย นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สว. บอกกับ “ทีมข่าวการเมือง” หลังศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้อง 40 สว. ซึ่งเจ้าตัวเป็น 1 ใน 40 สว.ที่เปิดหน้ายื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญขอให้พิจารณาความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่

กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ มีพฤติกรรมเข้าข่ายขัด รธน. ปมขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติต้องห้าม โดย 40 สว. ถูกตั้งข้อสังเกตเป็นการเปิดเกมใหม่ภายใต้ “ยุทธวิธีเงียบ-เร็ว” เด็ดหัวผู้นำ ในจังหวะที่นายกฯ ปฏิบัติภารกิจทัวร์มาราธอน ฝรั่งเศส-อิตาลี-ญี่ปุ่น
เพราะเบื้องหน้าเบื้องหลังการเคลื่อนทัพ 40 สว. ว่ากันว่า มี สว.ที่อยู่สายทหาร ทนายความ พลเรือน ที่มีความแนบชิดกับ “ลุง” และบางส่วนแนบชิดกับทุนที่เป็นตัวเชื่อมขั้วอำนาจในปัจจุบัน เมื่อนำประเด็นนี้ไปถาม 1 ใน 40 สว.ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่าข้อเท็จจริงเกิดจาก สว. 5-6 คน หารือกัน
…
โดยเห็นว่าหากปล่อยกรณีให้มีรัฐมนตรีที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายขัด รธน. “ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์-มีพฤติกรรมฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง” นี้ผ่านไป รัฐบาลอาจเกิดความเสียหายได้ จึงได้ยกร่างคำร้องและแบ่งสายกันล่ารายชื่อ สว.ให้ครบตามที่ รธน.กำหนด
40 สว.เหมือนเป็นตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ ต้องการกระตุก “ดีลลับ” ดึงให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินตามกรอบของดีล นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่า ตรงนี้เราได้รับแต่ข้อมูลข่าวสาร แต่ไม่ใช่หมุดหมายของ 40 สว.
วุฒิสภายึดหลักวางตัวเป็นกลางทางการเมือง โดยดูที่ประเด็น ใครทำผิด รธน. การแต่งตั้งรัฐมนตรีมันมีเหตุผล ทำไมต้องตั้งคนนี้ ทำไมไม่ตั้งคนอื่น คนนี้เก่งอย่างไร มาช่วยอะไรได้
“เป็นข้อกล่าวหาที่ต้องให้ศาล รธน. เรียกมาพิสูจน์ว่าทำไมครั้งแรกท่านไม่ตั้ง พอมีกรณีของบุคคลภายนอกให้ไปพบ แล้วได้รับคำแนะนำอะไร อะไรเปลี่ยนความคิดให้แต่งตั้ง
ทำด้วยความสุจริต เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศหรือไม่ รอบคอบหรือไม่ ใครเป็นคนร่างหนังสือไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำไมประเด็นที่ถามมันแคบ ไม่ถามทั้ง รธน. มาตรา 160 ทุกวงเล็บ
ถึงบอกท่านต้องเป็นอิสระไปฟังคำแนะนำของคนอื่น โดยที่ท่านอธิบายไม่ได้ ต้องถือว่าท่านไม่เป็นอิสระ เป็นต้น เป็นภาระของผู้ถูกกล่าวหาต้องไปชี้แจงต่อศาล รธน.”
40 สว. เคลื่อนไหว ต้องการกระตุกดีลลับให้อยู่ในกรอบ นายดิเรกฤทธิ์ ตอบว่า กลุ่ม 40 สว.มีใครรู้จัก “2 ลุง” หรือไม่ อยู่ที่มุมมองแต่ละคน อย่าเอาประเด็นนี้เป็นตัวตั้ง ขอให้ดูเนื้อหา ใครเป็น สว. ถ้าเจอปัญหานี้ก็ต้องยื่น
ที่ผ่านมาสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีรัฐมนตรีเข้าข่ายผิดจริยธรรม ทำไม 250 สว.ไม่ขยับตรวจสอบ พอเป็นรัฐบาลเศรษฐา ที่ สว.ส่วนใหญ่โหวตเลือก พอดีลลับเดินนอกกรอบ จึงถูกกระตุกโดย 40 สว. นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่า ตั้งข้อสังเกตได้ มีหลากหลาย อยากให้ดูเนื้อหา และ สว.เข้ามาถ่วงดุล เรื่องไหนที่ สส.ทำ ทั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลชุดนั้นเจอถึง 4 ครั้ง
แต่อะไรที่ สส.ไม่ทำ สว.ก็ทำ การทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติแข่งขันกันทำ เป็นเรื่องที่ดี เช่น กรณีนี้ สส.ส่วนใหญ่ที่สนับสนุนรัฐบาลไม่ทำ เพราะไม่อยากทะเลาะกันมันอาจปรับเปลี่ยนครม. อาจเข้าร่วมรัฐบาลแยกรัฐบาลได้ เป็นมิตรกันไว้มีโอกาสเป็นไปได้
ฝ่ายค้านบางเรื่องก็ไม่ขยับ ไม่ได้ตรวจสอบรัฐบาลทุกเรื่อง เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต คดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่สุ่มเสี่ยงทำให้กระบวนการยุติธรรมเสียหาย ฝ่ายค้านไม่ยกขึ้นมาอภิปรายทั่วไป ตรวจสอบแบบเป็นเรื่องเป็นราว คาดหวังฝ่ายค้านจะทำทุกเรื่อง ก็ไม่แน่เสมอไป

เป้าหมาย 40 สว.ตรงกับข้อไหนที่สุด 1.กระตุกดีลลับให้อยู่ในกรอบ 2.ต้องการเปลี่ยนตัวนายกฯ จริงๆ ที่มีหลายสตอรี ทั้งนายกฯ ในพรรคร่วมรัฐบาล นายกฯ คนนอกที่คล้ายรัฐประหารเงียบ หรือสลับขั้วตั้งรัฐบาลใหม่ นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่า คาดเดากันไปเอง ผมไม่ได้คิดถึงประเด็นเหล่านี้
จัดตั้งรัฐบาล-ล้มรัฐบาลไม่ใช่หน้าที่ สว.
“ถ้ากรณีนี้ไม่ส่อเข้าข่ายขัด รธน. 40 สว.ก็ไม่ต้องทำอะไร ไม่ไปยุ่งว่าใครควรเป็นรัฐบาล ไม่ชอบขี้หน้าใคร ทำให้ใครได้ประโยชน์ ไม่มีหรอก
บังเอิญมีคนได้ประโยชน์เสียประโยชน์ คนจะเป็นรัฐบาลไม่ได้เป็น เป็นรัฐบาลอยู่ยาวไหม ดีลลับอะไรสว.ไม่ทราบไม่ได้ใส่ใจ”
สว.ไม่ทราบสัญญาณดีลลับ สว.ส่วนใหญ่กลับโหวตเลือกนายเศรษฐาเป็นนายกฯ หรือโหวตจากคุณสมบัติของนายเศรษฐา และพรรคเพื่อไทยรวมเสียงข้างมากได้ นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่า ผมยกมือให้นายเศรษฐา เพราะคุณสมบัติครบถ้วน มีนโยบายทำให้บ้านเมืองเจริญ
อย่ามองมิติการเมือง มันไม่ใช่ดีลลับ
มันเป็นจิตสำนึก รู้ในหน้าที่ สว.ทำอะไรก็มองว่าทุจริต มีประโยชน์แอบแฝง แบบนี้ไม่เป็นธรรมกับ สว. มันไม่มีคนดีเลยเหรอ คนตั้งมาก็ตั้งด้วยวิจารณญาณ เห็นคนเหล่านี้เข้ามาทำงานให้ประชาชน
ก่อน สว.ชุดใหม่เข้ามา ตามไทม์ไลน์ 2 ก.ค. 67 เวลาที่เหลืออยู่มีเซอร์ไพรส์ตรวจสอบรัฐบาลอีกไหม นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่า มีเซอร์ไพรส์หรือไม่อยู่ที่การกระทำของรัฐบาล ถ้าไม่มีพฤติการณ์ใดสุ่มเสี่ยงทุจริต ผิดกฎหมาย ก็ไม่มีเหตุการณ์ที่ สว.ต้องทำเป็นพิเศษ
สว.ยังทำตามอำนาจหน้าที่ปกติ อาทิ กลั่นกรองกฎหมาย อีกเรื่องคือให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ องค์กรตาม รธน.
อาทิ ประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุดอีก 5 ท่าน ที่รอการพิจารณา กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังรอพิจารณาอยู่ สิ่งเหล่านี้ขอย้ำทำตามอำนาจหน้าที่ปกติ มันไม่ได้เป็นมิติการเมือง ขอให้แยกแยะแต่ละเหตุการณ์ และห้วงเวลา
กรรมการองค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่หมดวาระหรือพ้นตำแหน่งตามอายุ สว.ใช้โอกาสที่รัฐมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐ ตั้งแต่ 19 มิ.ย.67 พิจารณาเลย นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่า บางองค์กรเหลือไม่ถึง 5 คน ทำงานไม่ได้ กลายเป็นสุญญากาศ ก็ต้องทำ
เป็นอำนาจหน้าที่ตาม รธน. มีกรรมการองค์กรอิสระหลายชุดที่ครบวาระ วุฒิสภาจำเป็นต้องเห็นชอบ
นอกจากคำร้องต่อศาล รธน.แล้ว มีเอกสารอะไรบ้างที่แนบไปด้วย นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่า แนบไปหมด ทั้งคำสั่งศาลฎีกาที่สั่งจำคุกนายพิชิต มีรายละเอียดพร้อมสรรพ
รวมถึงเหตุผลที่คณะกรรมการมารยาททนายความ สภาทนายความ ที่ดูแลศีลธรรม จริยธรรม ลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ เป็นหลักฐานเข้าข่ายไม่สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ทำผิดศีลธรรมอันดี ผิดจริยธรรม เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่ง
ส่วนเอกสารลับระหว่างรัฐบาลกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่หารือถึงปัญหาคุณสมบัติของรัฐมนตรี ตามที่นายกฯ หรือคนในรัฐบาลให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีปัญหาปมคุณสมบัติรัฐมนตรี เลยเสนอแต่งตั้งรัฐมนตรี จุดนี้ไม่ได้แนบไป
ตรงนี้แหละ 40 สว.ตั้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ศาล รธน. เรียกพยานเอกสาร พยานบุคคลต่างๆ ได้มาชี้แจง
ดูทุกอย่างลงล็อกหมดตามยุทธวิธีเงียบ-เร็วเด็ดหัวผู้นำ นายดิเรกฤทธิ์ บอกว่า ขึ้นอยู่กับมุมคิด…
…นายกฯอาจเป็นผู้บริสุทธิ์เด็ด (หัว) ไม่ได้
เพราะอยู่ที่อำนาจ และหน้าที่ของศาล รธน. แต่ขอยืนยัน 40 สว.ทำสำเร็จที่ศาล รธน.รับเรื่อง พิสูจน์ให้เห็นว่า สว.รักษาการมีอำนาจเต็มจนกว่ามี สว.ชุดใหม่
“ประธานวุฒิสภาตรวจทานเห็นมีองค์ประกอบครบ ส่งให้ศาลรธน.ก็รับไว้พิจารณา แสดงว่าคำร้องมีเนื้อหาครบถ้วน ศาล รธน. วินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯหรือไม่ ก็หลุดมือจาก 40 สว.ไปแล้ว
ท่านที่ลาออกจาก รมต.ประจำสำนักนายกฯ ก็ไม่อยู่เหนือความคาดหมาย ไม่แปลกใจ ศาล รธน.ไม่ได้รับคำร้องในส่วนนี้ ก็จำหน่ายคดีออกไป
เหลืออยู่กรณีการกระทำผิดของนายกฯ ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ที่เสนอบุคคลที่รู้อยู่แล้วว่าสุ่มเสี่ยง เข้าข่ายทำผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม อาจต้องพ้นตำแหน่งไปด้วยเหมือนกัน”
ถึงเวลาที่นายกฯต้องไปพิสูจน์ตัวเอง.
ทีมการเมือง
คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม