.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

หน่วยงานด้านสภาพภูมิอากาศของยุโรปโคเปอร์นิคัสระบุว่าปี 2024 อาจจะเป็นปีที่อุณหภูมิทั่วโลกร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการจดบันทึกมา 

นับเป็นครั้งแรกที่โลกในปีนี้อุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนยุคอุตสาหกรรม อ้างอิงข้อมูลจากโครงการบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส ของสหภาพยุโรป(Copernicus Climate Change Service – C3S)

โดยนายคาร์โล บูออนเทมโป ผู้อำนวยการของโคเปอร์นิคัสกล่าวว่าข้อมูลนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดการทำลายสถิติของอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง

บูออนเทมโปยังกล่าวอีกว่าการที่อุณหภูมิสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสใน 1 ปีนั้น เกินจากเป้าหมายที่ตกลงกันในข้อตกลงปารีสปี 2015 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสตั้งแต่ยุคก่อนอุตสาหกรรมโดยเฉลี่ยในระยะเวลา 20 ถึง 30 ปี

การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ มีขึ้นก่อนหน้าที่ประเทศต่างๆ กำลังเตรียมการเจรจาในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 29 หรือ COP29 ในปีนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นที่อาเซอร์ไบจานในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าประเทศต่างๆ จะพยายามแสวงหาข้อตกลงร่วมในการระดมทุนเพื่อรับมือกับสภาพอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง

รายงานของสหประชาชาติในปีนี้กล่าวว่า ตั้งแต่กลางทศวรรษ 1800 เป็นต้นมา อุณหภูมิโลกได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.3 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าประมาณการก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่ 1.1 หรือ 1.2 องศา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากสหประชาชาติระบุว่าเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศต่างๆ ทั่วโลกยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เป้าหมายควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสเป็นจริง -ขณะที่ชัยชนะของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในศึกเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ ก็ยิ่งทำให้ความหวังที่จะบรรลุเป้าประสงค์จากที่ประชุมครั้งนี้ลดลงไปมาก.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ โลกร้อน