ไม่แปลกใจที่ยอดรวมผู้สมัคร สว.ชุดใหม่ 77 จังหวัด ทั่วประเทศแค่ 48,117 คน ไม่ถึงครึ่งที่ กกต.ตั้งเป้าว่าจะทะลุหนึ่งแสนคน
แต่ที่แปลกใจคือมีเพียง 3 จังหวัดที่จำนวนผู้สมัครเกิน 2,000 คน
จังหวัดศรีสะเกษ ครองแชมป์ผู้สมัคร สว.มากที่สุด 2,764 คน ปาดหน้า กรุงเทพมหานคร ที่มียอดผู้สมัคร สว.ชุดใหม่เพียง 2,489 คน
และจังหวัดเชียงใหม่ยอดผู้สมัคร 2,000 คน
ที่ดูไม่จืดคือมีเพียง 12 จังหวัด ที่มียอดผู้สมัคร สว.เกิน 1 พันคน
และมี 12 จังหวัดที่ยอดผู้สมัครต่ำกว่า 200 คน
จังหวัดตาก มีผู้สมัครปะล่อมปะแล่มแค่ 102 คน
และ จังหวัดน่าน มีผู้สมัครน้อยที่สุดเพียง 98 คน
โหรงเหรงที่สุดของประเทศไทย!!
อ้อ…มี 2 อำเภอจาก 928 อำเภอ ที่ไม่มีผู้สมัครเลย
อุตส่าห์เปิดรับสมัคร สว.ตั้ง 5 วัน แต่ไม่มีใครโผล่ไปสมัครแม้แต่คนเดียว!!
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่านอกจากยอดผู้สมัคร สว.กรุงเทพมหานครจะมากันจ๋อมแจ๋มเพียง 2,489 คน
กลุ่มจังหวัดปริมณฑลก็จุ๋มจิ๋มไม่แพ้กัน สมุทรปราการ มี 864 คน นนทบุรี 622 คน ปทุมธานี 543 คน และนครปฐม 357 คน
แสดงว่าความตื่นตัวของคนเมืองหลวงต่อการเลือก สว.ครั้งนี้ต่ำเตี้ยเป็นประวัติการณ์
“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่ายอดรวมผู้สมัคร สว.ชุดใหม่ทั่วประเทศต่ำกว่าที่ กกต.คาดไว้เกินเท่าตัว เกิดจากสาเหตุ 6 ประการคือ…
ข้อที่ 1, กติกาการเลือก สว.ชุดใหม่ที่ออกแบบไว้ลึกลับซับซ้อนไม่ตรงไปตรงมา
ทำให้คนจำนวนมากเปลี่ยนใจไม่สมัคร สว.ให้เมื่อยไข่ดัน
ข้อที่ 2, การที่ประชาชนไม่มีสิทธิเลือกตั้ง สว.โดยตรง แต่กำหนดให้ผู้สมัครเลือกกันเอง 3 รอบให้เหลือ 200 คน
…
แทนที่จะได้ สว.ชุดใหม่เป็นผู้แทนปวงชนตามหลักประชาธิปไตย เลยกลายเป็นตัวแทนของผู้สมัครเลือกกันเอง
ข้อที่ 3, การที่ กกต.เพิ่มข้อห้ามผู้สมัครแนะนำตัวเองไว้อีก 7 ประการ
มันขัดธรรมชาติทางการเมืองและขัดธรรมชาติมนุษย์ปุถุชน
ข้อที่ 4, การขู่ฮึ่มๆว่าผู้สมัครคนใด ฝ่าฝืนข้อห้าม กกต.จะต้องติดคุก 1 ปี
ทำให้หลายคนไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง
ข้อที่ 5, การแบ่งกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม โดยไม่พิจารณาสัดส่วนให้เกิดความสมดุล
ทำให้จำนวนผู้สมัครบางกลุ่มกระจุกมากเกินไป และผู้สมัครบางกลุ่มก็น้อยเกินไป
ข้อที่ 6, การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้สมัคร สว.ต้องไปหาบุคคลอื่น ไปเซ็นชื่อรับรองเหมือนผู้ปกครองฝากลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล
เป็นเรื่องเลอะเทอะชะมัดเลย
“แม่ลูกจันทร์” หวังว่ากติกาการเลือก สว.ชุดใหม่ที่ออกแบบได้โหลยโท่ยมาก จะใช้สำหรับครั้งนี้ เพียงครั้งเดียว
ครั้งต่อไป ถ้าหากประชาชนไม่มีสิทธิเลือกตั้ง สว.โดยตรง
ก็ไม่จำเป็นต้องมี สว. ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิสภาให้สิ้นเปลืองภาษีประชาชนอีกต่อไป
มี สส.จากการเลือกตั้งสภาเดียว ก็พอแล้วโยม.
“แม่ลูกจันทร์”