.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้นานาชาติตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง

จึงเป็นที่มาของความร่วมมือในหลาก หลายระดับ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า สำนักงานวิทยาศาสตร์แห่งชาติออสเตรเลีย (CSIRO) ได้ลงนามข้อตกลง 2 โครงการกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การเภสัชกรรม และโรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

โดยเป็นความร่วมมือเพื่อสนับสนุนให้ไทยเข้าถึงยาและวัคซีนที่จำเป็นได้มากขึ้น สนับสนุนให้ไทยผลิตยาภายในประเทศ เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร ผ่านการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ เพื่อผลิตยาสำหรับ “โรคติดเชื้อ” และ “ยารักษาโรคมะเร็ง”

ซูซี นิลสัน ผู้อำนวยการฝ่ายงานวิจัยของ CSIRO มองว่าความร่วมมือครั้งนี้ ทีมฝ่ายผลิตทางชีวการแพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญในการนำผลจากการวิจัยและการพัฒนามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยาชีววัตถุ (ยาที่ผลิตมาจากสิ่งมีชีวิต และครอบคลุมไปถึงการตัดต่อพันธุกรรม เทคโนโลยีดีเอ็นเอ) วัคซีน และยาสามัญอื่นๆ

จึงมีความเชื่อว่าโครงการที่ออกแบบร่วมกันกับไทยจะช่วยให้เกิดการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถ เกิดการพัฒนากระบวนการทำงาน และการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งมีเป้าหมายคือการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการเข้าถึง “ยามีคุณภาพ” ใน “ราคาที่เอื้อมถึง”

ขณะที่ แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัคร ราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ยังเผยด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็น 1 ใน 66 โปรเจกต์ ของโครงการริเริ่มของรัฐบาลออสเตรเลียมูลค่า 620 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 13,506 ล้านบาท ที่ต้องการสนับสนุนให้ “ชาติหุ้นส่วน” มีระบบสุขภาพที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

พร้อมย้ำอีกครั้งว่า ในห้วงเวลาที่วัคซีนและ “ยานำเข้า” มีราคาสูงนั้น การขยายขีดความสามารถในการผลิต และการผลิตยาได้เองในประเทศ ย่อมช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงที่ช่วยรักษาชีวิตได้ง่ายขึ้น ในราคาที่สามารถจับต้องได้.

ตุ๊ ปากเกร็ด

คลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม