พุธ 22 พฤษภาคม 2024 ริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศยุบสภา และให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 4 กรกฎาคม 2024
คาดการณ์กันมานานแล้วครับ ว่าเศรษฐกิจอังกฤษจะไปไม่รอด ตั้งแต่มี European Union Referendum Act 2015 หรือพระราชบัญญัติประชามติว่าด้วยสภาพยุโรป ค.ศ.2015 และมีการลงประชามติเมื่อ 23 มิถุนายน 2016 คนอังกฤษร้อยละ 51.9 ลงคะแนนให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปหรืออียู
เมื่อออกจากอียูแล้ว เศรษฐกิจอังกฤษก็ลงเหว แม้แต่เทศบาลใหญ่หลายแห่งก็ประกาศล้มละลาย อังกฤษเคยมีความหวังตั้งใจที่จะพึ่งพาสหรัฐฯ ทว่าภายหลังอิทธิพลของอังกฤษเสื่อม ความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับสหรัฐฯจึงไม่เท่ากัน สหรัฐฯได้เปรียบ อังกฤษเสียเปรียบ เพราะตนเป็นประเทศเล็ก แต่ต้องดำเนินนโยบายใหญ่ที่ใช้งบประมาณเยอะตามสหรัฐฯ
อังกฤษสอดส่ายสายตามองว่า สหรัฐฯกำลังเล่นงานใคร ตนจะได้เข้าไปร่วมด้วยช่วยถล่ม เพื่อให้สหรัฐฯพอใจ โดยไม่ได้ดูสถานะทางเศรษฐกิจของตัวเองว่ามีศักยภาพแค่ไหน
ตอนที่โซเวียตแตกใหม่ๆ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ (จอห์น เมเจอร์) เชิญรัสเซียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบความมั่นคงแอตแลนติกและห่วงโซ่มูลค่าโลก
สมัยนั้นรัสเซียและอังกฤษเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบทวิภาคีระหว่างกัน
ความสัมพันธ์ของอังกฤษกับรัสเซียดีถึงขนาดสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จพระราชดำเนินกรุงมอสโกและนครเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กอย่างเป็นทางการ
รัสเซียต้องการอยู่ในยุโรปอย่างมั่นคงด้วยการเกาะอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี เป็นพวก รัสเซียยอมแม้กระทั่งส่งทรัพยากรธรรมชาติไปขายให้ประเทศเหล่านี้ในราคาถูก
คนรัสเซียที่มีสตางค์ก็ชวนกันไปซื้ออสังหาริมทรัพย์และลงทุนในอังกฤษ เศรษฐกิจอังกฤษในสมัยก่อนตอนนั้นมีความมั่นคงสูงความมั่งคั่งไหลมาจาก 27 ประเทศที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป + รัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศใหญ่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก
…
เมื่อถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปแล้ว เศรษฐกิจอังกฤษเริ่มชำรุดทรุดโทรม อังกฤษจึงต้องเชื่อมกับสหภาพยุโรปด้วยการเจรจาเขตการค้าเสรีสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป + การเจรจาว่าด้วยความร่วมมือและการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป
สหรัฐฯให้อังกฤษและพวกช่วยกันเตะรัสเซียออกจากระบบธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศสวิฟต์ มีการห้ามอากาศยานของรัสเซียเข้าน่านฟ้า และตัดรัสเซียออกจากอุตสาหกรรมโทรคมนาคม จากนั้นอังกฤษก็อายัดทรัพย์สินรัสเซียในอังกฤษ 275 พันล้านปอนด์
มีเพียงสิ่งหนึ่งซึ่งสหรัฐฯชี้นิ้วสั่งให้อังกฤษทำ แต่อังกฤษยังกึกกักอักอึกยึกยัก นั่นก็คือการคว่ำบาตรที่มีผลต่อความมั่นคงทางอาหารและพลังงานในประเทศที่สาม ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้า อาหารและพลังงานจากรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวสาลีและปุ๋ย
ที่ไม่คว่ำบาตรเรื่องนี้ เพราะรัสเซียเป็นแหล่งผลิตข้าวสาลีที่สำคัญ แถมมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับต้นของโลก
หากปฏิบัติตามคำสั่งของสหรัฐฯอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ในฐานะประเทศเล็กที่ไม่มีทรัพยากรอาจจะลำบาก อังกฤษจึงต้องยอมให้รัสเซียส่งของไปขายให้ประเทศที่สาม (มีข่าวลือว่ามีการแอบเอาสินค้าเหล่านั้นมาขายให้อังกฤษต่อ)
เมื่อสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจไปไม่รอด พวกนักการเมืองเดิมก็โยนการบริหารให้คนอังกฤษที่มีเชื้อสายอินเดียอย่างซูแน็ก ให้เข้าไปแก้ไขปัญหาที่พวกผู้บริหารเดิมก่อไว้
ซูแน็กเป็นนายกฯ เมื่อ 25 ตุลาคม 2022 ก้นแตะเก้าอี้ได้เพียงปีกว่า ก็รู้ว่าไปไม่รอด มีโอกาสที่ชื่อเสียงจะเสียหายร้ายแรงเพราะเศรษฐกิจของอังกฤษอาจจะล่มมลายหายนะคามือ ซูแน็กจึงยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่
การที่นายซูแน็กจะได้กลับมาเป็นนายกฯเลือนลางบางเบาเหลาเหย่ เพราะคนอังกฤษเริ่มขยะแขยงแขงขนกับการบริหารงานของพรรคอนุรักษนิยมที่ปัจจุบันมีซูแน็กเป็นหัวหน้า คนอังกฤษเริ่มเทใจให้พรรคแรงงาน ที่ได้รับความนิยมสูงกว่าร้อยละ 40 ในทุกการสำรวจ
เป็นไปได้ที่นายซูแน็กหาทางปีนบันไดลงด้วยการประกาศยุบสภา.
นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
[email protected]
คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม