.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

มีรายงานที่น่าสนใจของกลุ่มคลังสมองในรัสเซียเกี่ยวกับการเปิดแนวรบใหม่ของกองทัพรัสเซียในจังหวัด “คาร์คิฟ” ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. โดยระบุว่า ผ่านมากว่า 7 วัน ทำไมจึงไม่ค่อยมีความคืบหน้า ทั้งที่เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างกระแสคึกคักจากกลุ่มคนผู้รักชาติเป็นวงกว้างว่า การบุกระลอกใหม่นี้ กองทัพรัสเซียจะช่วงชิงเมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครนมาได้อย่างแน่นอน

สาเหตุก็เพราะว่างานนี้ มีเหตุผลอยู่ 2 ประการคือ กองทัพรัสเซียจำเป็นที่จะต้องยึดเมืองให้ได้ 2 เมือง นั่นคือ “วอฟชานสก์” และเมือง “ลิปซี” เพื่อจัดตั้งหัวหาดสำหรับการรุกคืบต่อไป

สำหรับสองเมืองนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเมืองวอฟชานสก์ถือเป็นเมืองค่อนข้างใหญ่ และมีตึกสูง ตั้งอยู่ทางตะวันออก เฉียงเหนือของเมืองคาร์คิฟ การเข้ายึดครองได้จะเป็นการเปิดทางให้กองทัพรัสเซียมีจุดสังเกตการณ์ และยังสามารถโอบล้อมเมืองคาร์คิฟจากทางทิศตะวันออกได้ต่อไป

ขณะที่เมืองลิปซีถือว่ายากลำบากมากกว่า เพราะตั้งอยู่บนพื้นที่ต่ำ และทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองมีเนินเขาที่เรียกกันว่าเนิน 204.7 และการที่กองทัพยูเครนยังถือครองเนินดังกล่าว ได้ทำให้ฝ่ายยูเครนสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของหน่วยรบรัสเซียได้อย่างละเอียดไปจนถึงเขตพรมแดนดั้งเดิม อีกทั้งเมืองลิปซีและเนิน 204.7 ยังอยู่ติดกับชานเมืองคาร์คิฟ กองทัพยูเครนสามารถนำกำลังเสริมเข้ามาเติมได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้ กองทัพรัสเซียจึงตัดสินใจที่จะใช้ “กลยุทธ์บดขยี้” กล่าวคือชะลอการรุกคืบไว้ก่อน เพื่อมุ่งเน้นการสังหารข้าศึกให้มากที่สุด โดยมุ่งเป้าที่เมืองวอฟชานสก์ ที่ฝ่ายยูเครนได้เติมกำลังพลเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งมีรายงานการยิงถล่มด้วยปืนใหญ่ เครื่องบินทิ้งระเบิด และโดรนพิฆาต อย่างไรก็ตาม กลุ่มคลังสมองยืนยันว่า จากข้อมูลที่ได้รับคือ กองทัพยูเครนโยกย้ายกำลังจากจังหวัดอื่นๆ มายังเมืองคาร์คิฟเป็นจำนวนกว่า 50 กองพัน ไม่รวมถึงกำลังพลสำรองที่เก็บไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งทั้งหมดถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

มีความเป็นไปได้ว่าฝ่ายยูเครน อาจจะต้องดำเนินการ “บุกตีโต้” ภายในสิ้นเดือน พ.ค. มิฉะนั้นหน่วยรบรัสเซียที่โจมตีข้ามพรมแดนเข้ามา จะยิ่งยึดครอง “หัวหาด” ได้อย่างเหนียวแน่นยิ่งกว่าเดิม.

ตุ๊ ปากเกร็ด

คลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม