.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว. พลังงาน แถลงว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้ลดค่าไฟฟ้าเป็นของขวัญปีใหม่ 3 สตางค์ต่อยูนิต

ส่งผลให้ค่าไฟฟ้างวดเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ลดจากยูนิตละ 4.17 บาท เหลือยูนิตละ 4.15 บาท

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า ครอบครัวไทยส่วนใหญ่จะใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 500 ยูนิต

การที่รัฐบาลลดค่าไฟฟ้าลงมา 3 สตางค์ต่อยูนิต จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าเดือนละ 15 บาท

ส่วนครอบครัวไทยที่ใช้ไฟฟ้าอย่างเขียมๆ เดือนละ 300 ยูนิต

จะประหยัดค่าไฟฟ้าเดือนละ 9 บาท

ครอบครัวที่ใช้ไฟฟ้าเดือนละ 1,000 ยูนิต จะประหยัดบิลค่าไฟฟ้าได้เดือนละ 30 บาท

เอาเถอะ แม้จะลดค่าไฟฟ้าไปจิ๊บๆเพียง 3 สตางค์ต่อยูนิตย่อมดีกว่าค่าไฟฟ้าอัตราเดิม หรือค่าไฟฟ้าแพงขึ้นอีก

“แม่ลูกจันทร์” ยังเห็นด้วยที่ นายพีระพันธุ์ สั่งเบรกการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนอีก 3,600 เมกะวัตต์ (ซึ่งเป็นมรดกตกค้างมาจากรัฐบาลนายกฯลุงตู่)

เหตุที่ต้องเหยียบเบรกไว้ก่อน เพราะมีการล็อกโควตาให้บริษัทที่ไม่ชนะประมูลขายไฟฟ้าหมุนเวียนในรอบแรกไม่ต้องแข่งขันกับผู้ผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนรายอื่นๆ

แต่…หากยึดหลักความโปร่งใส ควรเปิดกว้างให้เอกชนทุกรายประมูลแข่งขันกันตามระบบปกติ

เอกชนที่เสนอราคาขายไฟฟ้าต่ำที่สุดเป็นผู้ชนะประมูลตามระเบียบ

รัฐบาลก็จะได้ซื้อไฟฟ้าหมุน เวียนราคาเป็นธรรม และประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าก็ไม่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงหูฉี่

การที่ นายพีระพันธุ์ สั่งเหยียบเบรกเพื่อทบทวนให้รอบคอบว่าการเจาะจงรับซื้อไฟฟ้าพลังหมุนเวียนจากเอกชนบางรายสามารถทำได้หรือไม่??

เพราะขืนไม่เหยียบเบรกไว้ก่อน

เรื่องนี้อาจทำให้ใครต่อใคร ต้องเดือดร้อนกันเป็นแถบ??

“แม่ลูกจันทร์” ยังเห็นด้วยที่ นายพีระพันธุ์ รมว.พลังงาน สั่งเบรกโครงการจัดจ้างเหมาขุดถ่านหิน และขนส่งถ่านหินเหมืองแม่เมาะ วงเงิน 7,170 ล้านบาทของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตโดยวิธีพิเศษ

คือแทนที่จะเปิดประมูลแข่งขันกันตามปกติ

กฟผ.กลับตัดสินใจเลือกบริษัทเอกชนเจ้าเดิมให้ดำเนินการต่อไป โดยไม่ต้องประมูลแข่งขันกับเอกชนรายอื่น

การที่ นายพีระพันธุ์ รมว.พลังงาน ต้องเหยียบเบรกไว้ก่อน เพื่อพิจารณาทบทวนว่าควรใช้ “วิธีพิเศษ”? หรือใช้ “วิธีปกติ”?

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการไม่ควรใช้วิธีพิเศษ

เพื่อเปิดกว้างให้มีการแข่งขันกันตามปกติ

ถ้าไม่จำเป็นจริงๆไม่ควรใช้วิธีพิเศษ!!

เพราะวิธีพิเศษมักจะเป็นสารตั้งต้นของความไม่ปกติ

ข้อสำคัญ การใช้วิธีพิเศษมักจะเกิดผลประโยชน์อย่างพิเศษ

และสุดท้าย…จะมีคนรวยแบบไม่ปกติ

“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าว่าการที่ นายพีระพันธุ์ สั่งเหยียบเบรกอุตลุด

เพราะตัวเองในฐานะรัฐมนตรี

ต้องเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด

เหยียบเบรกไว้ก่อนไม่ต้องเดือดร้อนตอนหลังนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม