จบทัวร์นกขมิ้นก็ต้องเหินฟ้าไปภารกิจ “เซลส์แมน” ต่อระหว่าง 15-24 พ.ค. ก็หลายวันพอดู นัยว่างานนี้เป็นดีล “แฟชั่น-ซอฟต์พาวเวอร์”
ที่อิตาลี-ฝรั่งเศส และมาจุดสุดท้ายเพื่อดึงนักลงทุนที่ญี่ปุ่นจะขึ้นเวที “นิกเคอิ” เพื่อเชิญชวนให้มาที่เมืองไทย
หวังว่าคงได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาอย่างเป็นรูปธรรมบ้าง ไม่ใช่ไปแล้วไปลับอย่างที่ผ่านมา เพราะมันเสียเวลาประเทศเปล่าๆปลี้ๆ
นี่ก็ย่างเข้า 8 เดือนแล้วที่นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” เข้ามาบริหารประเทศ แต่ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จับต้องได้เลย
อีกไม่กี่เดือนก็จะครบปี
อีก 3 ปีก็จะครบเทอม 4 ปี คิดเล่นๆแล้ว…น่าห่วงไม่น้อย
เพราะอะไร?
ก็เพราะคนที่รอคิวขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งแทนจะผิดหวัง เนื่องจากยังไม่มีผลงานอะไรไปสู้กับคู่แข่งที่กำลังซุ่มดูอย่างไม่วางตา
แน่นอนว่าการได้มาซึ่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในฉากทัศน์ใหม่นั้นจะเปลี่ยนไป เนื่องจาก 200 สว.ที่กำลังอยู่ในกระบวนการได้มาไม่มีอำนาจที่จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้
มุมการเมืองก็จะเปลี่ยนไปทันที
พูดง่ายๆว่าเปิดกว้างให้คู่แข่งไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้เพียงแต่ให้มีเสียงสนับสนุนมากกว่าก็สามารถเป็นผู้นำประเทศได้
เป็นการเปิดกว้างทางการเมืองที่สำคัญที่สู้กันเองระหว่าง สส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
“อำนาจ” ภายนอกไม่มีสิทธิเข้ามายุ่งเกี่ยวไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ขอเพียงให้มีเสียงสนับสนุนจาก สส.มากกว่ากัน
ก็ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว
การเดินสายของนายกรัฐมนตรีที่เอาแบบมาจาก “ทักษิณ” ว่าด้วยทัวร์นกขมิ้นและ ครม.สัญจรนั้นเป็นการเข้าหาประชาชนเพื่อหวังผลทางการเมืองที่ชัดเจน
…
4 บุรี 4 จังหวัด อันได้แก่ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี แม้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของพรรคอื่นที่ไม่ใช่ “เพื่อไทย”
แต่ในนามของรัฐบาลและงบประมาณที่เทลงไปย่อมสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนในพื้นที่แม้จะไม่มาก
แต่ก็ซื้อใจได้…
เมื่อได้ใจประชาชนก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว เพียงแต่หาคนมาเป็นตัวแทนลงสมัครเลือกตั้งในนาม “เพื่อไทย” ในคราวต่อไปก็มีโอกาสที่จะได้ผู้แทนฯมากขึ้น
อีกทางหนึ่งก็คือการดึงผู้แทนฯในปัจจุบันที่สังกัดพรรคอื่นให้มาอยู่ในสังกัดก็มีความเป็นไปได้สูง
เพราะการใช้เหยื่อตกเบ็ดด้วยงบประมาณเพื่อพัฒนาพื้นที่มากขึ้นก็ได้รับความนิยมมากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆแล้ว
เป็นยุทธการ “ดูดคน-ดูดคะแนน” อีกวิธีหนึ่ง
ยิ่งเกิดความแตกต่างด้านนโยบายของแต่ละพรรคเริ่มชัดขึ้นอย่าง “เพื่อไทย” ดับ “ภูมิใจไทย” ว่าด้วย “กัญชา” แม้ดูจะยอมกันในที แต่ที่สุดแล้ว “ภูมิใจไทย” ที่สร้างชื่อมาจาก “กัญชาเสรี” ไม่มีทางยอมเด็ดขาด
“ไม่แตกหัก” ก็ต้อง “ดอง” ไว้ก่อนจนกว่าจะครบเทอม 4 ปี!
“สายล่อฟ้า”
คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม