.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

นิทานเรื่องที่ 15 โทษของความไว้วางใจ ในหนังสือปัญจตันตระ เล่มการแตกมิตร…(ศักดา วิมลจันทร์ แปล สำนักพิมพ์พื้นฐาน พ.ศ.2551) นี่ก็ยังอยู่ในหนึ่งวิชาในหลักสูตรนายกฯ 6 เดือนครับ

ในป่าใหญ่แห่งนั้น ราชสีห์เป็นเจ้าป่า มีเสือดาว กาและจิ้งจอก เป็นบริวาร วันหนึ่งระหว่างการหาอาหาร ราชสีห์เจอสัตว์ต่างถิ่น รูปร่างสูงใหญ่ กำลังโขยกเขยกกินหญ้าตรงหน้า

ไถ่ถามได้ความว่าเป็นอูฐ สัตว์หนึ่งในทะเลทราย มันบรรทุกของหนักเต็มหลัง มากับกองคาราวานพ่อค้า…ป่วยหมดแรงล้ม พ่อค้าสั่งคนขนของออกจากหลัง ทิ้งมันไว้แล้วเดินทางต่อ

ราชสีห์เวทนาชะตากรรมของอูฐ ออกปากจะคุ้มครองมัน ไม่ให้สัตว์อื่นมากล้ำกรายรังแก

หลายวันต่อมาราชสีห์มีเหตุต้องต่อสู้กับพญาช้าง เจ็บหนักกลับมานอนพักที่ถ้ำ โดยปกติราชสีห์นำบริวารออกล่าสัตว์น้อยใหญ่กินเป็นอาหาร เหลือก็แบ่งปันสามบริวาร

สี่ห้าวันผ่านไปราชสีห์ก็หิว ก็หันไปสั่งบริวารให้ร่วมมือกันออกไปต้อนสัตว์สักตัวเข้ามาใกล้ๆ

“ข้าเจ็บก็จริง แต่ยังพอเหลือเรี่ยวแรงตะปบฉีกเนื้อมันแบ่งให้พวกเจ้ากินได้”

สี่บริวารแยกย้ายกันออกไปตระเวนหาเป็นนาน…ก็ไม่เจอสัตว์เนื้อ

ตัวไหนพอเป็นอาหาร ระหว่างความหิวโซด้วยกัน เจ้าจิ้งจอกก็หันไปปรึกษากับเจ้ากา

“นี่แน่ะ!เพื่อนกา เราจะเสียเวลาเหนื่อยไปเที่ยวหาทำไม?” จิ้งจอกพูดแล้วชำเลืองไปที่อูฐที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่ง

“เจ้าอูฐ มันสนิทใจกับนายเรา พวกเราไม่สู้ช่วยกันหาหนทางฆ่ามัน เป็นอาหารประทังชีวิตดีกว่า”

“เป็นคำแนะนำที่ดี” กาพูด “แต่จะเป็นไปได้ยังไง? เมื่อนายเราออกปากจะคุ้มครองมัน เราคงไม่อาจฆ่ามันได้”

…

“ที่เพื่อนกล่าวก็ถูก” จิ้งจอกว่า “ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปเจรจากับนายท่าน”

ต่อหน้าเจ้าป่าจิ้งจอกค่อยๆประดิดประดอยถ้อยคำ “พวกเราพากันตระเวนจนทั่วแล้ว หาได้พบมังสาใดไม่ จนหมดเรี่ยวแรงยกขาแทบไม่ขึ้น บัดนี้เราได้ปรึกษากัน ไม่เพียงนายท่านป่วยหนัก ทั้งยังขาดอาหาร หากมัวเสียเวลาเช่นนี้ อาจไม่ทันการณ์”

“แต่ปัญหานี้ก็พอจะมีทางแก้ไข ถ้านายท่านประสงค์ สุขภาพก็จะทุเลาด้วยเนื้อของเจ้าอูฐ”

ทางออกคือกินเนื้อเจ้าอูฐ ทำให้ราชสีห์เจ้าป่าโกรธมาก “เจ้าก็รู้ ข้ารับปากประกันสวัสดิภาพเขาไว้”

“แล้วถ้าเจ้าอูฐมันสมัครใจอุทิศร่างให้เป็นอาหารแก่นายท่านเล่า” จิ้งจอกยังมีช่องพูดต่อ “หรือไม่เช่นนั้น นายท่านก็เลือกพวกเราสักตัว อย่าลืมในป่าแห่งนี้ หากนายท่านเป็นอะไรไป พวกเราจะมีชีวิตต่อไปก็ไร้ประโยชน์”

ราชสีห์เจ้าป่าเริ่มคล้อยตาม “ถ้าเช่นนั้นก็จงทำตามที่พวกเจ้าเห็นสมควรเถิด”

เจ้าจิ้งจอกกลับชวนเพื่อนทั้งสามนั่งน้ำตานองหน้า ล้อมรอบ

เจ้าป่า เจ้ากาเสนอตัวเป็นอาหารมื้อแรก เจ้าจิ้งจอกก็ทักว่า ตัวเจ้ากาเล็กนัก แล้วโค้งคำนับเสนอตัวเป็นอาหารตัวที่สอง

เสือดาวเห็นเช่นนั้นก็ลุกขึ้นก้มหัวเสนอให้เอาตัวเองต่อชีวิตราชสีห์

ในบรรยากาศของความเสียสละชีวิตต่อนายตรงหน้า เจ้าอูฐก็เสนอว่า ตัวข้าเองใหญ่มีเนื้อมากพอต่อชีวิตเจ้านายได้หลายวัน ว่าแล้วก็ก้าวออกมาข้างหน้า ยอบกายลงต่ำ

ถึงเวลานั้นราชสีห์ก็ให้อาณัติสัญญาณ เสือดาว จิ้งจอกกระโจนเข้าฉีกร่างเจ้าอูฐ เจ้ากาก็รี่เข้าจิกลูกตา และแน่นอน…ราชสีห์ผู้

ยิ่งใหญ่…ก็ได้เป็นเจ้าของเนื้ออูฐคำใหญ่ ตามสัญชาตญาณธรรมดาๆของสัตว์ป่าด้วยกัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อบรรดาสัตว์ป่าทั้งหลาย ไม่เว้น ฯพณฯ ราชสีห์เจ้าป่าหิว…

คำมั่นสัญญาอะไรก็ไม่มีความหมาย คนที่มีประวัติเคยชินกินคำใหญ่ๆ…แต่เอ่ยชื่อเฉี่ยวเกาะกูดนิดเดียว ผู้คนเขาก็เสียวกันทั้งเมือง.

กิเลน ประลองเชิง