สหรัฐฯมีพรมแดนติดกับรัสเซีย (ผ่านช่องแคบแบริง) บาฮามาส (ใกล้ฟลอริดา) แคนาดา และเม็กซิโก สหรัฐฯมีพรมแดนที่เป็นแผ่นดินติดกับแคนาดา (8,891 กิโลเมตร เป็นพรมแดนระหว่างประเทศที่ยาวที่สุดในโลก) และกับเม็กซิโกยาว 3,145 กิโลเมตร (ติดกับรัฐแคลิฟอร์เนีย อริโซนา นิวเม็กซิโก และเท็กซัส)
1 มกราคม 1994 สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ลงนามข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือหรือ NAFTA ทั้ง 3 ประเทศก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน กระทั่งถึงตอนที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์มีนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน ไม่สนใจเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนประชิดติดกัน ทรัมป์ยกเลิก NAFTA และเปลี่ยนเป็นข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา ที่เรียกว่า USMCA ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม 2020
20 มกราคม 2025 ที่จะขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯครั้งที่ 2 ทรัมป์ออกมาขู่แล้วว่า อ๋า ป๋าจะเก็บภาษีนำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดาร้อยละ 25 ผมยังไม่เห็นการตอบโต้จากแคนาดา ทว่าจากเม็กซิโกนี่เอาแล้วครับ นางคลอเดีย เชนบาม ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเม็กซิโก ที่มีเชื้อสายยิวที่อพยพมาจากลิทัวเนียและบัลแกเรียตะโกนก้องร้องโต้และเตือนทรัมป์ว่า “การขู่คุกคาม (ของป๋า) หรือการขึ้นภาษีศุลกากร (ของสหรัฐฯ) ไม่สามารถแก้ไขปัญหาคนอพยพหรือปัญหายาเสพติดได้”
นางเชนบามบอกว่าบริษัททั้งหลายที่มาใช้ฐานผลิตในเม็กซิโกเพื่อส่งกลับไปสหรัฐฯก็เป็นบริษัทอเมริกันแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจเนอรัล มอเตอร์ส สเตลแลนติส หรือแม้แต่ฟอร์ด มอเตอร์ คอมพานี พวกนี้เข้ามาลงทุนในเม็กซิโกตั้งแต่ 80 ปีที่แล้ว
ประธานาธิบดีเชนบามบอกว่า การขึ้นภาษีของทรัมป์จะทำให้บริษัทเหล่านี้ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทอเมริกัน) เสี่ยงอันตราย สิ่งตามมาก็คือจะมีเงินเฟ้อ คนตกงานทั้งในสหรัฐฯและเม็กซิโก นางเชนบามยังบอกต่อไปอีกว่า การส่งเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอเมริกาเหนืออยู่ที่การรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจของสองเรา (สหรัฐฯกับเม็กซิโก) ซึ่ง (ถ้ายังรักษาความสัมพันธ์กันไว้ได้) จะทำให้เราสองประเทศยังแข่งกับกลุ่มเศรษฐกิจอื่นได้
…
คำพูดของนางเชนบามก็เหมือนกับจะเตือนสติผู้นำสหรัฐฯที่จะขึ้นมาในปีหน้าว่า ถ้าป๋าขึ้นภาษีนำเข้าจากเม็กซิโกร้อยละ 25 ไม่ใช่เม็กซิโกประเทศของหนูเพียงแห่งเดียวที่จะพัง สหรัฐอเมริกาของป๋าก็จะพลอยหกคะเมนตีลังกาขาฉีกไปด้วย
นางเชนบามคนนี้ไม่ใช่หนูหริ่งติ่งหนูอั้มที่ทรัมป์จะขู่เล่นเช่นไร เธอมีภูมิหลังทางการศึกษาที่แข็งแกร่ง จบปริญญาตรีทางฟิสิกส์ ปริญญาโทและเอกทางพลังงาน เคยทำงานวิจัยร่วมกับคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อ ค.ศ.2007 เชนบามสนใจภาวะโลกร้อนมากถึงมากที่สุด ส่วนทรัมป์ไม่เชื่อและไม่สนใจไยดีด้านสิ่งแวดล้อมเลย
ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่ไม่มีภูมิหลังเป็นผู้บริหารเมือง ไม่เคยเป็น สส.สว.หรือผู้ว่าการรัฐ ทะลึ่งพรวดรวดเดียวก็ขึ้นมาก็เป็นประธานาธิบดี ไม่เหมือนนางเชนบามที่ผ่านงานเลขาธิการฝ่ายสิ่งแวดล้อมของกรุงเม็กซิโกซิตี้ ต่อมาเป็นนายกเทศมนตรีกรุงเม็กซิโก จนเมื่อมิถุนายน 2024 เชนบามชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วยคะแนนถล่มทลาย กลายเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อ 1 ตุลาคม 2024
นางเชนบามก็มองโลกได้ครอบคลุมหนุมโหน่งโล่งแหะ เธอบอกว่าเธอจะยังคงสานต่อนโยบายของประธานาธิบดีคนเดิม (อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์) ที่ให้เงินผู้สูงอายุและแม่เลี้ยงเดี่ยว รวมทั้งโครงการโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคยากจน
การขู่ว่าจะขึ้นภาษีสินค้าจากเม็กซิโกถึงร้อยละ 25 ของทรัมป์ จะทำให้เศรษฐกิจเม็กซิโกรวนเรเซโซซัด โรงงานอาจถึงขนาดต้องปิดกิจการ คนจะตกงานมากขึ้น ตกงานแล้วก็หันเข้าหายาเสพติด จำนวนไม่น้อยก็จะหนีตายไปสหรัฐฯ นโยบายของทรัมป์เรื่องขึ้นภาษี สินค้าจากเม็กซิโกจะกลายเป็นบูมเมอแรงที่หมุนกลับไปฟันคอทรัมป์และสหรัฐฯเอง
ผมเชียร์นางเชนบามครับ ทรัมป์ควรจะให้ความสนใจในสมนตประเทศ ผมหมายถึงประเทศที่มีพรมแดนประชิดติดกันอย่างเม็กซิโกและแคนาดามากกว่า ผมเชียร์เชนบาม เชียร์นางเชนบาม เชียร์ประธานาธิบดีเชนบามครับ.
นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
[email protected]
คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม