อย่างน้อยคงทำให้ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีในสังกัด กระชุ่มกระชวยขึ้นหลังจากถูกหมัดสอยเข้าปลายคางเต็มๆ
จนเจ้าตัวถึงกับออกปาก “กังวลใจ” ที่ต้องอยู่ในภาวการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อถูกโจมตีจาก 40 สว. แม้รูปการณ์มาจากคนอื่น
แต่เป้าจริงๆแล้วก็คือ ตัวเขา…นี่แหละ
เพื่อหวังให้หลุดจากตำแหน่งผู้นำประเทศ
“ทักษิณ” ไปโคราชครานี้ มีหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากทำให้บรรดา “คนเสื้อแดง” หายคิดถึงแล้ว ยังแสดงตัวตนความเป็นลูกพี่ใหญ่ของนายกรัฐมนตรี
เมื่อเขาออกมาเปิดเผยว่า รู้หมดแล้วว่าความเคลื่อนไหวของ 40 สว.ครั้งนี้มาจากไหน ใครเป็นใครกันบ้าง มีวัตถุประสงค์อะไร
เป็นคนของใครหวังให้เกิดความวุ่นวาย
แต่เขามั่นใจว่าไม่มีทางโค่นนายกรัฐมนตรีได้ โดยขอให้ “เศรษฐา” เป็นนายกรัฐมนตรีให้นานๆ แก้ปัญหาให้ประเทศ
“การเมืองก็ยังเป็นการเมือง มีความลี้ลับอยู่พอสมควร”
แค่นี้ก็เหมือน “ยาหอม” ประโลมใจได้เป็นอย่างดี
แม้แต่ลูกสาวในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ส่งแรงใจอีกแรง ด้วยการบอกว่า มีความมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีสามารถชี้แจงได้
“ยังไม่พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี”
เท่ากับจะบอกว่าให้ “เศรษฐา” ทำหน้าที่ต่อไปนานๆไม่ต้องห่วงกังวลอะไร
กว่าศาลจะมีผลคำวินิจฉัยคงใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง จากนี้ไปจึงต้องทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่เพื่อเป็นหลักประกัน
เพราะถึงที่สุดแล้ว “เนื้องาน” ที่จะออกมานั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้อยู่ในที่มั่นคงที่สุดไม่ใช่เรื่องอื่นหรือประเด็นอื่น
การไปโคราชครั้งนี้ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานที่ปรึกษา พรรค “ชาติพัฒนา” ในฐานะเจ้าถิ่น ได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีซึ่งก่อนหน้านี้เคยชวนกันไปที่ภูเก็ตมาแล้ว
…
ระหว่าง 2 คนนี้ค่อนข้างจะสนิทสนมและผูกพันกันมานาน “สุวัจน์” เคยนำลูกพรรคย้ายไปสังกัด “ไทยรักไทย” มาแล้ว
ครานี้ก็ทำท่าจะเป็นเช่นนั้นอีก
เมื่อ “ทักษิณ” ได้เอ่ยปากชวน “สุวัจน์” ให้มาร่วมงานกับ “เพื่อไทย” ในฐานะตัวหลัก แต่ยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับหรือปฏิเสธ
คงต้องรอดูกันต่อไป แต่สิ่งที่ปรากฏในความเป็นจริงนั้นต้องยอมรับว่า “ชาติพัฒนา” กลายเป็นพรรคเล็กจริงๆ เพราะแม้กระทั่งโคราชซึ่งเป็นบ้านเกิดแท้ๆยังแทบไม่ได้ สส.แม้แต่คนเดียว
การเข้าไปอยู่ในพรรคใหญ่อย่าง “เพื่อไทย” ที่มี สส.โคราช หลายคน จึงน่าจะเป็นช่องทางหนึ่งในทางการเมืองที่จะทำให้มีอนาคตมากขึ้น
เท่ากับ “ทักษิณ” มองตาก็รู้ใจ…
นี่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในทางการเมืองที่ “เพื่อไทย” จะชนะ “ก้าวไกล” ได้ทางหนึ่ง ด้วยการรวบรวมบรรดานักการเมืองที่เคยอยู่ในสังกัดและมีศักยภาพพอสมควร
ไม่ว่าจะสังกัดพรรคไหนก็ตาม
จะถูกดึงให้เข้ามารวมกัน เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและเอาชนะทางการเมืองได้
ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
“สายล่อฟ้า”
คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม