.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสถูกบีบให้ออกจากตำแหน่งแล้ว เนื่องจากพ่ายแพ้การลงมติไม่ไว้วางใจ หลังพยายามใช้อำนาจพิเศษผลักดันกฎหมายงบประมาณ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมิเชล บาร์นิเยร์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว ในวันพุธที่ 4 ธ.ค. 2567 หลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ร่วมมือกันสนับสนุนญัตติไม่ไว้วางใจ ด้วยคะแนนเห็นชอบ 331 เสียง จากทั้งหมด 577 เสียง

นายบาร์นิเยร์กลายเป็นนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสคนแรกที่แพ้โหวตไม่ไว้วางใจนับตั้งแต่ปี 2505 และทำสถิติเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีวาระสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น

ทั้งนี้ พรรค “ฟรานซ์ อันโบลด์” (France Unbowed – LFI) ฝ่ายซ้ายจัด กับพรรค “เนชันแนล แรลลี” (National Rally-RN) ของ น.ส.มารีน เลอ เปน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค. 2567 หลังจากนายบาร์นิเยร์พยายามใช้อำนาจพิเศษ ผ่านกฎหมายงบประมาณประจำปี โดยข้ามขั้นตอนการลงมติของรัฐสภา

โดยหลังจากนี้คาดกันว่า คณะรัฐมนตรีของนายบาร์นิเยร์จะทำหน้าที่รักษาการไปก่อน จนกว่าประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง จะเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะเขาถูกบีบให้ต้องเอาใจสมาชิกสภาทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ที่ครองอำนาจในสภาอยู่ 2 ใน 3

อนึ่ง การเมืองฝรั่งเศสแบ่งเป็น 3 ขั้วอำนาจ หลังกลุ่มพันธมิตรพรรคฝ่ายซ้าย “นิว ป๊อปปูลาร์ ฟรอนต์” (New Popular Front – NFP) ชนะการเลือกตั้งรัฐสภาฝรั่งเศสเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เหนือกว่ากลุ่ม ‘เอนเซมเบิล’ (Ensemble) พันธมิตรการเมืองของประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง และพรรค RN ฝ่ายขวาจัด

นายมาครงแต่งตั้งนายบาร์นิเยร์เป็นนายกรัฐมนตรี ควบคุมรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยต้องหวังพึ่งคะแนนโหวตจากกลุ่มขั้วอำนาจอื่นๆ เพื่อผ่านกฎหมายต่างๆ

อย่างไรก็ตามกลุ่ม NFP ไม่พอใจการตัดสินใจของนายมาครง ที่เอนเอียงไปทางขวามากขึ้น ด้วยการเลือกนายบาร์นิเยร์เป็นนายกรัฐมนตรี และประกาศกร้าวว่าจะไม่โหวตช่วยรัฐบาล ทำให้นายบาร์นิเยร์เหลือที่พึ่งเดียวคือพรรค RN แต่เขาไม่คิดว่าจะสามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณด้วยวิธีปกติได้ จึงต้องใช้อำนาจพิเศษมาตรา 49.3

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn