.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสถานเอกอัคร ราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย แจ้งมาว่า ในวันที่ 14 พ.ค. (พรุ่งนี้) ถือเป็นวันครบรอบ 76 ปี ของการสถาปนาประเทศอิสราเอล

ด้วยเหตุนี้เอกอัครราชทูต “ออร์นา ซากิฟ” จึงขอโอกาสนี้ในการส่งสาสน์ถึงท่านผู้อ่าน ต่อความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างไทย-อิสราเอล โดยกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 76 ของการสถาปนาประเทศอิสราเอล แต่ทว่าเราเฉลิมฉลองวันชาติด้วยอารมณ์ที่ผสมผสานกัน ระหว่างความยินดีและความหม่นหมอง

เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เป็นข้อพิสูจน์ถึงความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและความสำเร็จอันน่าทึ่งของเรา แต่กระนั้นก็ยังถูกบดบังด้วยความท้าทายอันใหญ่หลวง ที่เราต้องเผชิญในปีที่ผ่านมา

การสังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ต.ค. กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่เราต้องจดจำตลอดไป ความเจ็บปวดและความเศร้าโศกที่เกิดจากการก่อการร้ายอันโหดเหี้ยม ยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจ เราไว้อาลัยต่อชีวิตที่ดับสูญ และชื่นชมบรรดาผู้ที่ร่วมกันปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนอย่างกล้าหาญ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นทิ้งไว้ซึ่งแผลเป็นอันจะคอยย้ำเตือนเราอยู่ตลอดเวลา ถึงภัยคุกคามที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งมุ่งทำลายการดำรงอยู่ของประเทศอิสราเอล

การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ได้สร้างความผูกพันที่มากับโชคร้ายอย่างไม่คาดคิด ระหว่างประเทศอิสราเอลและประเทศไทย คนไทย 39 ครอบครัวต้องประสบกับความสูญเสียอันเกินคำบรรยาย และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาวอิสราเอลที่ต้องสูญเสียผู้เป็นที่รัก ทั้งยังมีพลเมืองไทยอีก 31 คนที่ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายจับไปเป็นตัวประกัน ต้องทนรับความบอบช้ำทางจิตใจที่ไม่อาจหยั่งถึง เฉกเช่นบรรดาตัวประกันชาวอิสราเอล

เหตุน่าสลดใจยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะมีชาวไทย 8 คนที่ยังถูกคุมขังอยู่ และเผชิญชะตากรรมเดียวกับตัวประกันชาวอิสราเอลอีก 124 คน ความปวดร้าวที่ผู้เป็นที่รักถูกพรากไป ได้เชื่อมหัวใจของเราชาวอิสราเอลและชาวไทยให้เป็นหนึ่งเดียว อิสราเอลยังคงแน่วแน่ที่จะให้ตัวประกันทั้งหมดได้รับการปล่อยตัว โดยจะอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับครอบครัวของเหยื่อทั้งชาวไทยและชาวอิสราเอล โดยหวังให้ตัวประกันทั้งหมดได้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด

แม้ว่าอิสราเอลยังคงเผชิญหน้ากับความยากลำบากนานัปการ แต่มิตรภาพระหว่างประเทศไทยและอิสราเอลยังคงแน่นแฟ้นไม่จืดจาง ประสบการณ์ที่มีร่วมกันได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น พร้อมกับส่งเสริมความร่วมมือและเพิ่มพูนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เรามองไปยังอนาคตด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินไปด้วยกัน อย่างมั่นคงบนรากฐานนี้ โดยขยายความร่วมมือของเราในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสำคัญต่อชีวิตพลเมืองของประเทศทั้งสอง เช่น เทคโนโลยีอาหาร เกษตรกรรม เทคโนโลยีน้ำ ความมั่นคงทางไซเบอร์และการป้องกันประเทศ.

ตุ๊ ปากเกร็ด

คลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม