ศิษย์ศิลปากรของศาสตราจารย์เกียรติคุณ กุสุมา รักษมณี ฝากนิทานนางตันไตรย ที่อาจารย์เขียนมาให้ ผมเพิ่งรู้ ไทยเราก็มีนิทานนางตันไตรยหนังสือเก่าสมัยอยุธยา เนื้อหาไปทางเดียวกับอาหรับราตรี พันหนึ่งทิวา อิหร่านสิบสองเหลี่ยม…หรือชุดนิทานปัญจตันตระ ที่มีอยู่ใกล้มือ
เปิดอ่านต้นเรื่องปัญจตันตระ ชุดนิทานอมตะ การแตกมิตร (ศักดา วิมลจันทร์ แปล สำนักพิมพ์พื้นฐานพิมพ์ พ.ศ.2551) อีกสักที คราวนี้ผมตั้งชื่อเรื่องใหม่ หลักสูตรนายกฯ 6 เดือน
ใคร? ที่เคยเป็น อยากเป็น หรือกำลังเป็น จะไม่อ่านก็ตามใจ
ดังมีเรื่องเล่ากันว่า ยังมีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าอมรศักดิ์ เป็นผู้ทรงธรรมจรรยาและพระปรีชาสามารถ พระราชอาณาจักรสงบร่มเย็นเป็นสุขทุกหย่อมหญ้า
แต่องค์พระราชากลับทรงหาความสุขมิได้
เนื่องจากพระโอรสทั้งสาม เจ้าชายเศรษฐศักดิ์ เจ้าชายมหันตศักดิ์ และเจ้าชายอนันตศักดิ์ ไม่สนพระทัยในการศึกษา พระราชาทรงวิตก เมื่อสิ้นพระชนม์จะไม่มีผู้เหมาะสมจะรับช่วงดูแลแผ่นดิน
ดังนั้น วันหนึ่งจึงมีพระบัญชาเรียกบรรดามหาอำมาตย์และที่ปรึกษามาประชุม เนื้อหาที่ทรงปรารภ ศักดา วิมลจันทร์ แต่งเป็นกลอนไว้ว่า
จะเลี้ยงโคไปไย ถ้าไม่หวังจะได้หนังนมเนื้อ เสียเหงื่อเปล่า ถ้าเลี้ยงบุตรดื้อบ้าปัญญาเบา จะโง่เขลาเลี้ยงไปทำไมกัน…
จบประโยคที่บางคนฟังแล้วจี๊ดเข้าหัวใจ พระราชาตรัสว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกท่านจงช่วยคิดหาหนทางทำให้ลูกของฉัน
มีสติปัญญาตามสมควรด้วยเถิด”
อำมาตย์คนหนึ่งกราบทูลว่า บุคคลควรเริ่มการศึกษาภาษาและไวยากรณ์ หลักสูตร 12 ปี สำเร็จแล้วก็ศึกษาตำราทั้งทางโลกทางธรรม จึงพอจะเรียกได้ว่า เป็นผู้มีสติปัญญา
แต่อำมาตย์ชื่อเฉลียวกราบทูลตรงพระทัยกว่าว่า
…
“ชีวิตคนสั้นนัก ตำราทั้งหลายก็มีมากเกินกว่าจะศึกษาได้หมดสิ้น ทั้งยังเห็นอยู่แล้วว่าพระโอรสไม่ทรงโปรดการ
ศึกษา แต่ถ้าพระโอรสได้เรียนสิ่งอันเป็นแก่นของความรู้ ก็น่า จะเพียงพอ”
บอกทางแล้ว อำมาตย์เฉลียวก็กราบทูลต่อ “ในราชอาณาจักรนี้ ยังมีบรมครูพราหมณ์ชื่อ “วิษณุศรม” มีความรู้กว้างขวางมากพอ ที่จะสอนพระโอรสให้เฉลียวฉลาดได้”
พราหมณ์วิษณุศรมมาตรงหน้า ปฏิเสธทรัพย์สินมีค่าที่
พระราชาเสนอให้ “ข้าพระองค์อายุ 80 แล้ว ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร แต่จะขอสนองพระบารมี
ยินดีจะสอนพระโอรสให้มีสติปัญญาเฉียบแหลมแตกฉานเหนือคนทั้งปวง ภายในเวลาหกเดือน
จากนั้นพราหมณ์ก็สอนพระโอรสด้วยตำราห้าเล่ม เล่มแรก การแตกมิตร เล่มสองการผูกมิตร เล่มสามกากับนกเค้าแมว เล่มสี่ลาภหาย และเล่มห้าไม่รอบคอบ
และผลปรากฏ พระโอรสทั้งสามจบหลักสูตรปกครองเมืองในหกเดือน…และหนึ่งในสามถูกเลือกเป็นพระราชา
คนต่อไป หลังพระราชาอมรศักดิ์สิ้นพระชนม์
ผู้รู้เชื่อว่าวิชาสอนเป็นนายกฯในหกเดือน…เริ่มต้นที่แคว้นแคชเมียร์ของอินเดีย ก่อน ค.ศ.200 ปี
และจากนั้นก็แพร่หลายไปทั่วโลกในชื่อตำราที่แตกต่าง นับถือกันเป็นวรรณกรรมที่ชาวฮินดูเรียกว่านิติศาสตร์ หรือวิชากันว่าด้วยจริยธรรมทางการเมือง
อ่านถึงตอนนี้ เฮ้ย! เว้ย! หลายคนคงอุทาน นี่มันเป็นวิชา ที่ไม่มีครูสอนในบ้านเมืองเรา หันไปทางไหนจึงเจอแต่นักการเมืองที่ไม่โกงบรรลัยก็โง่เกินไป.
กิเลน ประลองเชิง
คลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม