.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

ศิษย์ศิลปากรของศาสตราจารย์เกียรติคุณ กุสุมา รักษมณี ฝากนิทานนางตันไตรย ที่อาจารย์เขียนมาให้ ผมเพิ่งรู้ ไทยเราก็มีนิทานนางตันไตรยหนังสือเก่าสมัยอยุธยา เนื้อหาไปทางเดียวกับอาหรับราตรี พันหนึ่งทิวา อิหร่านสิบสองเหลี่ยม…หรือชุดนิทานปัญจตันตระ ที่มีอยู่ใกล้มือ

เปิดอ่านต้นเรื่องปัญจตันตระ ชุดนิทานอมตะ การแตกมิตร (ศักดา วิมลจันทร์ แปล สำนักพิมพ์พื้นฐานพิมพ์ พ.ศ.2551) อีกสักที คราวนี้ผมตั้งชื่อเรื่องใหม่ หลักสูตรนายกฯ 6 เดือน

ใคร? ที่เคยเป็น อยากเป็น หรือกำลังเป็น จะไม่อ่านก็ตามใจ

ดังมีเรื่องเล่ากันว่า ยังมีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าอมรศักดิ์ เป็นผู้ทรงธรรมจรรยาและพระปรีชาสามารถ พระราชอาณาจักรสงบร่มเย็นเป็นสุขทุกหย่อมหญ้า

แต่องค์พระราชากลับทรงหาความสุขมิได้

เนื่องจากพระโอรสทั้งสาม เจ้าชายเศรษฐศักดิ์ เจ้าชายมหันตศักดิ์ และเจ้าชายอนันตศักดิ์ ไม่สนพระทัยในการศึกษา พระราชาทรงวิตก เมื่อสิ้นพระชนม์จะไม่มีผู้เหมาะสมจะรับช่วงดูแลแผ่นดิน

ดังนั้น วันหนึ่งจึงมีพระบัญชาเรียกบรรดามหาอำมาตย์และที่ปรึกษามาประชุม เนื้อหาที่ทรงปรารภ ศักดา วิมลจันทร์ แต่งเป็นกลอนไว้ว่า

จะเลี้ยงโคไปไย ถ้าไม่หวังจะได้หนังนมเนื้อ เสียเหงื่อเปล่า ถ้าเลี้ยงบุตรดื้อบ้าปัญญาเบา จะโง่เขลาเลี้ยงไปทำไมกัน…

จบประโยคที่บางคนฟังแล้วจี๊ดเข้าหัวใจ พระราชาตรัสว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกท่านจงช่วยคิดหาหนทางทำให้ลูกของฉัน

มีสติปัญญาตามสมควรด้วยเถิด”

อำมาตย์คนหนึ่งกราบทูลว่า บุคคลควรเริ่มการศึกษาภาษาและไวยากรณ์ หลักสูตร 12 ปี สำเร็จแล้วก็ศึกษาตำราทั้งทางโลกทางธรรม จึงพอจะเรียกได้ว่า เป็นผู้มีสติปัญญา

แต่อำมาตย์ชื่อเฉลียวกราบทูลตรงพระทัยกว่าว่า

…

“ชีวิตคนสั้นนัก ตำราทั้งหลายก็มีมากเกินกว่าจะศึกษาได้หมดสิ้น ทั้งยังเห็นอยู่แล้วว่าพระโอรสไม่ทรงโปรดการ

ศึกษา แต่ถ้าพระโอรสได้เรียนสิ่งอันเป็นแก่นของความรู้ ก็น่า จะเพียงพอ”

บอกทางแล้ว อำมาตย์เฉลียวก็กราบทูลต่อ “ในราชอาณาจักรนี้ ยังมีบรมครูพราหมณ์ชื่อ “วิษณุศรม” มีความรู้กว้างขวางมากพอ ที่จะสอนพระโอรสให้เฉลียวฉลาดได้”

พราหมณ์วิษณุศรมมาตรงหน้า ปฏิเสธทรัพย์สินมีค่าที่

พระราชาเสนอให้ “ข้าพระองค์อายุ 80 แล้ว ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร แต่จะขอสนองพระบารมี

ยินดีจะสอนพระโอรสให้มีสติปัญญาเฉียบแหลมแตกฉานเหนือคนทั้งปวง ภายในเวลาหกเดือน

จากนั้นพราหมณ์ก็สอนพระโอรสด้วยตำราห้าเล่ม เล่มแรก การแตกมิตร เล่มสองการผูกมิตร เล่มสามกากับนกเค้าแมว เล่มสี่ลาภหาย และเล่มห้าไม่รอบคอบ

และผลปรากฏ พระโอรสทั้งสามจบหลักสูตรปกครองเมืองในหกเดือน…และหนึ่งในสามถูกเลือกเป็นพระราชา

คนต่อไป หลังพระราชาอมรศักดิ์สิ้นพระชนม์

ผู้รู้เชื่อว่าวิชาสอนเป็นนายกฯในหกเดือน…เริ่มต้นที่แคว้นแคชเมียร์ของอินเดีย ก่อน ค.ศ.200 ปี

และจากนั้นก็แพร่หลายไปทั่วโลกในชื่อตำราที่แตกต่าง นับถือกันเป็นวรรณกรรมที่ชาวฮินดูเรียกว่านิติศาสตร์ หรือวิชากันว่าด้วยจริยธรรมทางการเมือง

อ่านถึงตอนนี้ เฮ้ย! เว้ย! หลายคนคงอุทาน นี่มันเป็นวิชา ที่ไม่มีครูสอนในบ้านเมืองเรา หันไปทางไหนจึงเจอแต่นักการเมืองที่ไม่โกงบรรลัยก็โง่เกินไป.

กิเลน ประลองเชิง

คลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม