.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

นายกฯแพทองธาร ชินวัตร เสร็จสิ้นภารกิจการประชุม สุดยอดผู้นำเอเชีย–แปซิฟิก หรือ เอเปก ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู มีโอกาสได้พบปะกับผู้นำประเทศระดับมหาอำนาจ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันสหรัฐฯ โจ ไบเดน และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน รวมทั้งผู้นำประเทศสมาชิกเอเปก เปิดประสบการณ์ในการประชุมระดับเวทีโลก ที่ไทยเน้นนโยบายการค้าการลงทุนระดับอาเซียนและภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะการลงทุนด้านอุตสาหกรรมดิจิทัล เอไอ ที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งบ้านเราพร้อมเปิดโอกาสในการลงทุนร่วมกับนักลงทุนจากทั่วโลก

ต้องถือว่าเป็นการสะสมประสบการณ์และบารมีทางการเมือง ของผู้นำประเทศไทยอีกก้าว ซึ่ง นายกฯแพทองธาร ยังพูดถึงความทรงจำในอดีต ที่ติดตามอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตรมาประชุมเอเปกเมื่อปี 2004 ที่ซันติอาโก ประเทศชิลี ในการเจราข้อตกลงการค้าและเขตการค้าเสรี รับรองคำมั่นของประเทศสมาชิก ร่างสัญญาซันติอาโกในการต่อสู้กับการทุจริตและรับรองความโปร่งใส แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมจิตระหว่างพ่อกับลูก ที่ยากจะปฏิเสธ

ก่อนหน้านั้นปี 2003 ประเทศไทยเป็นประเทศเจ้าภาพในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกที่กรุงเทพมหานครตามข้อตกลงแผนปฏิบัติการเอเปกเกี่ยวกับโรคซาร์ส และแผนริเริ่มความมั่นคงด้านสุขภาพ ระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาความเปลี่ยนแปลงในตัวผู้นำประเทศและข้อตกลงของประเทศสมาชิกได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลกตลอดเวลา พูดภาษาชาวบ้าน จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก สืบทอดทายาททางการเมืองตามกาลเวลา

แต่ดูเหมือนว่า การเมืองบ้านเราจะเป็นเวลาในขวดแก้ว ถูกหยุดเอาไว้ตั้งแต่ปี 2549 การยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร จนทักษิณกลับมาแล้ว จนถึงการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.วันนี้ ทำให้เห็นการชิงอำนาจทางการเมืองของประเทศไทย และ การฝังรากลึกของวิกฤติการเมืองไทยที่ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นการเมืองภาคบังคับบีบให้การเลือกข้างชัดเจน จะซ้ายหรือขวาเท่านั้น

ถ้าไม่นับเรื่องผลประโยชน์ในพรรคร่วมรัฐบาลที่พยายามประคับประคองกันไปด้วยความหวานอมขมกลืน เพราะการเมืองที่ไม่มีมิตรแท้และอุดมการณ์ถาวร ผลักมิตรไปเป็นศัตรูเอาศัตรูมาเป็นมิตร จึงเป็นการเมืองการปกครองที่ไม่มีเสถียรภาพและคุณภาพ แต่เป็นการเมืองที่เต็มไปด้วยกลุ่มผลประโยชน์และการต่อรองผลประโยชน์

พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล อดีตพรรคอนาคตใหม่ กับบทบาททั้งในสภาและนอกสภาพิสูจน์ชัดว่า วัฒนธรรมการเมืองแบบไทยๆ กำลังกลืนแนวคิดและอุดมการณ์ของคนที่เรียกตัวเองว่าคนรุ่นใหม่ ทั้งตัวและหัวใจ หลังจากแกนนำการเมืองต้องเจอวิบากกรรมเช่นเดียวกับเพื่อไทยและทักษิณ ชินวัตรที่เคยเจอมาแล้ว

การชิงอำนาจทางการเมืองต้องอยู่ให้เป็น เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม อุดมการณ์เก็บใส่ลิ้นชัก.

หมัดเหล็ก
[email protected]

คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม