.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

มุมมองกับความเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ออกจากถ้ำไปช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานีนั้น แตกประเด็นไปหลายทิศหลายทางคิดได้หลายมุม

บรรดาพลพรรค “เพื่อไทย” ก็คงดีใจที่นายใหญ่โดดลงมาเล่นเองคงทำให้ชนะการเลือกตั้งแน่ อีกทั้งส่งผลไปถึงการเลือกตั้ง สส.ปี 2570

ที่จะกวาด สส.เกิน 200 เสียงขึ้นไป

นี่เป็นมุมดี…

แต่อีกมุมหนึ่งมองว่าจะทำให้แพ้เลือกตั้งก็ได้เพราะอุดรฯเป็นเมืองหลวงของ “เสื้อแดง” ยังไงก็ชนะสบายๆอยู่แล้ว

แต่การที่ “ทักษิณ” โดดลงไปอย่างนี้อาจทำให้แพ้ได้

เพราะทำให้คู่แข่งเกิดความตื่นตัวแกนนำคึกคักแห่ลงไปช่วยหาเสียง ผู้สนับสนุนก็ต้องช่วยเต็มที่ไม่ยอมให้แพ้ กลัวเสียหน้า

โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้สนใจการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเท่าใดแต่ต้องการชนะคงไปลงคะแนนกันเต็มพิกัด

เพราะต้องการชนะ “ทักษิณ”…

ก็เป็นอย่างนี้แหละ…

แต่นักวิเคราะห์มากประสบการณ์มองลึกลงไปกว่านั้น เพราะ “ทักษิณ” กำลังประสบปัญหาใหญ่อันจะส่งผลต่อตัวเองและรัฐบาลของลูกสาว

คือเรื่องที่ถูกยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยความผิดล้มล้างการปกครองและครอบงำพรรคการเมือง

นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายมากกว่า!

ดังนั้นจึงหาที่พึ่งพิงเพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิด จึงต้องสำแดงพลังให้ปรากฏว่าเขายังมีบารมี มีเสียงสนับสนุนสามารถที่จะดำเนินการตามข้อตกลงที่ทำ “ดีลใหญ่” กันไว้

ผู้มีอำนาจตัวจริงต้องช่วยเขาและเชื่อมั่นในตัวเขา

การแสดงออกที่ปรากฏชัดเจนคือการโจมตี “ก้าวไกล” ที่เปลี่ยนมาเป็นพรรค “ประชาชน” กรณี ม.112 ว่าตัวเขานั้นเทิดทูนสถาบันอย่างสุดใจ

แต่คู่แข่งของเขานั้นต้องการแก้ไขและล้มล้างโครงสร้างของประเทศที่ประชาชนศรัทธา ซึ่งก็ได้เตือนไปแล้วว่าอย่าทำ

พูดง่ายๆว่าเป็นการ “ตีกิน” และโยนบาปให้คู่ต่อสู้

แสดงตนว่าเทิดทูนแต่ที่ไม่เทิดทูนก็โน่นไง…

ด้วยลีลาที่เจนจัดกว่าก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเขานั้นของแท้ไม่ต้องไปหาใครอื่น พรรคอื่นเพื่อมาเป็นตัวแทนที่จะรบให้

อย่าง “ภูมิใจไทย” ก็เป็นเพราะหนึ่งที่มีสิทธิจะเป็นหัวหอกเบอร์ 1 ให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้เพราะมีความชัดเจนเรื่องสถาบันและมีพลังทางการเมืองแข็งแกร่งพอสมควร

พูดง่ายๆว่ามีทางเลือกไม่จำเป็นต้องพึ่ง “ทักษิณ” เสมอไป

วันที่ 22 พ.ย.67 คือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาว่าจะรับ

คำร้องหรือไม่…นี่เป็นบทพิสูจน์บทแรกที่จะพิสูจน์ความเป็นไป

แต่แวดวงการเมืองชี้ตรงกันว่า “รับแน่” เพราะองค์ประกอบสมบูรณ์ทุกอย่าง และศาลรัฐธรรมนูญมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ให้ปรากฏ

ถ้าจะพิสูจน์ก็ต้องรอยกที่ 2 คือจะวินิจฉัยออกมาอย่างไรเท่านั้น

วันนี้ “ทักษิณ” กำลังจะเดินไต่บนเส้นลวด ถ้าไม่ผิดพลาดก็รอดไปแต่ถ้าผิดพลาดก็ช่วยไม่ได้เพราะทำตัวเอง

แต่อย่างน้อยก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว

เพราะที่กลับมาเมืองไทยได้ก็เพราะ “ดีลพิเศษ” นี่แหละ

และยังทำให้ตั้งรัฐบาลที่ “เพื่อไทย” ได้เป็นแกนนำ โดยมีลูกสาวเป็นนายกรัฐมนตรี

อย่างที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” บอกว่าที่ “ก้าวไกล” ไม่ได้เป็นรัฐบาลนั้นไม่เกี่ยวกับ ม.112 แต่อย่างใด เพียงแต่เขาไม่เผยออกมาว่าเพราะอะไร

แต่บอกว่า “ทักษิณ” นั้นรู้ดีที่สุด!

“สายล่อฟ้า”

คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม