.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันพ่อแห่งชาติ” มาตั้งแต่ พ.ศ.2523 จากความคิดริเริ่มของคุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต นายกสมาคมผู้อาสาสมัครช่วยการศึกษา และคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติในปีดังกล่าว

ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่า “พ่อ” เป็นบุคคลผู้มีพระคุณและมีบทบาทสำคัญยิ่งของสถาบันครอบครัว สมควรที่สังคมไทยจะยกย่องให้เกียรติ และรำลึกพระคุณของผู้เป็นพ่ออย่างเป็นทางการ และร่วมกันจัดกิจกรรมขึ้น

นับตั้งแต่ พ.ศ.2523 มาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 44 ปีแล้ว ที่รัฐบาลไทยร่วมกับปวงชนชาวไทย จัดงาน “วันพ่อแห่งชาติ” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ควบคู่ไปกับการแสดงออกถึงความรักความเคารพและสำนึกในพระคุณของ “พ่อ” หรือ “บิดา” ของแต่ละครอบครัวมาโดยตลอด

รวมทั้งในวันนี้ (5 ธันวาคม 2567) ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีก็ได้แถลงแล้วว่าในส่วนกลางจะจัดพิธีทางศาสนา ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เวลา 07.30 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 189 รูป โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี

ส่วนในต่างจังหวัดทั่วประเทศนั้นก็จะมีพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในพิธี รวมทั้งในต่างประเทศก็จะมีการจัดพิธี ณ สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุล ตามความเหมาะสมเช่นกัน

นับเป็นมหามงคลอย่างยิ่งที่ ณ ท้องสนามหลวงปีนี้จะมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2567 และเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ที่จะครบ 50 ปีในปี 2568 ควบคู่กันไป

พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จะประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม หรือวันพ่อแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสไปร่วมสักการะอย่างทั่วถึง

สำหรับพี่น้องชาวต่างจังหวัด หรือผู้ที่อยู่ใน กทม. แต่ไม่สามารถจะเดินทางไปยังท้องสนามหลวงหรือเข้าร่วมพิธีการในจังหวัดต่างๆ ได้ก็อย่าลืมตั้งจิตอธิษฐานรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในห้วงเวลาใดเวลาหนึ่งของวันนี้ ดังเช่นที่เคยปฏิบัติมา

ในส่วนของกิจกรรมที่ลูกๆควรดำเนินการในวันนี้เพื่อ “คุณพ่อ” ของแต่ละท่าน ผมก็ขอคัดลอกมาจากข่าวประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่โดย กรมประชาสัมพันธ์ ก็แล้วกันนะครับ เพราะสั้นๆง่ายๆ ปฏิบัติตามไม่ยาก รวม 3 ข้อดังนี้

1.ทำบุญ ในกรณีที่คุณพ่อล่วงลับไปแล้ว ก็ไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ท่าน

2.มอบของขวัญ ในกรณีที่คุณพ่อยังอยู่ ควรมอบของขวัญทั้งที่ทำเอง หรือซื้อก็ได้ แวะไปมอบให้แก่ท่าน สำหรับครอบครัวที่แยกออกมาเป็นครอบครัวใหม่ หรือเดินไปกราบมอบแก่ท่านสำหรับครอบครัวที่ยังอยู่ด้วยกัน

3.แสดงความรัก ด้วยการบอกรักพ่อ กราบขอบพระคุณพ่อ หรือด้วยการกระทำอื่นๆ เช่น ช่วยงานบ้าน ทำอาหารให้ หรือชวนไปเลี้ยงนอกบ้านร่วมกันทั้งครอบครัวในวันนี้

สุขสันต์ “วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568” แด่ “คุณพ่อ” ทุกๆคนของทุกๆครอบครัวนะครับ…ขอให้เป็น “เสาหลัก” นำความอบอุ่น นำความสุขใจ นำความรักสามัคคีมาสู่ทุกๆครอบครัวทั่วไทยตลอดไปครับ.

“ซูม”

คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม