อยู่ระหว่างทัวร์นกขมิ้น 4 บุรี 4 จังหวัดในภาคกลางจากสุพรรณบุรีสู่กาญจนบุรีไปราชบุรี และที่เพชรบุรี ซึ่งจะมีการประชุม ครม.สัญจรที่นั่นด้วย
ก็เป็นอีกวาระหนึ่ง เพื่อหาคะแนนเสียงตามวิถี “แม้ว” เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีที่ประสบความสำเร็จจากไทยรักไทยมาถึงเพื่อไทย
ไม่รู้ว่ารูปลักษณ์แบบนี้จะหากินได้อีกหรือไม่
เพราะการเมืองไทยได้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปอีกระดับหนึ่งแล้ว ที่บอกว่า “เพื่อไทย” นั้น ยังคงเอกลักษณ์ด้วยดีเอ็นเอการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่อนุรักษ์นิยม
คือเป็นรีฟอร์ม ไม่ใช่เก่าคร่ำครึแบบนั้น
ว่าไปแล้วจากความเป็นจริงที่ปรากฏนั้น ไม่ว่าไทยรักไทย หรือเพื่อไทยล้วนได้แนวคิดและวิธีการที่มาจาก “ทักษิณ” ทั้งสิ้น
คือความเป็นอนุรักษ์นิยมเต็มตัว
เพียงแต่ไปต่อยอดด้วยรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้ชนะการเลือกตั้งเป็นแกนนำรัฐบาลเท่านั้น ด้วยนำแนวคิดประชานิยมที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าพวกเขาได้รับจากนโยบายนี้ที่อาศัยการตลาดมาเป็นเครื่องมือในการส่งต่อ
ก็เลยติดกันงอมแงมมาจนถึงทุกวันนี้!
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสังคมไทยแต่อย่างใด แน่นอนว่าในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
คือการเกิดของ “ก้าวไกล” ที่มุ่งผลสำเร็จสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
ไม่ต้องหลอกล่อหรือหลอกลวงให้หลงใหล แต่ประกาศแนวทางอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาว่าจะทำอย่างนั้น เพื่อให้สังคมดีขึ้น
ผลจากการนี้จึงได้รับการเลือกตั้งเข้ามาอันดับ 1 ของประเทศ ชนะเพื่อไทยอย่างฉิวเฉียด แต่ก็เรียกว่าชนะก็แล้วกัน
“เพื่อไทย” ภายใต้การนำของ “ทักษิณ” แม้จะอยู่ต่างประเทศ แต่ก็อาศัยกลไกต่างๆ เพื่อนำทัพต่อสู้ด้วยรูปแบบต่างๆ
…
เขายอมรับว่าเป็นความพ่ายแพ้
แต่ไปโทษว่าเพราะลูกพรรคไม่ลงพื้นที่ ไม่ใกล้ชิดประชาชนเพื่อเกาะติดความนิยม แต่ไม่ได้โทษในจุดที่เป็นจริงคือความเปลี่ยนทางการเมืองในหมู่ประชาชน
“ดิจิทัลวอลเล็ต” ประชานิยมแจกหัวละ 10,000 บาท ด้วยการใช้เงินราว 6 แสนล้านบาท ที่หวังล่อใจใช้ไม่ได้ผล
แน่นอนว่าคนอยากได้ แต่ก็อยากให้บ้านเมืองเกิดความเปลี่ยนแปลงที่เป็นจริง
การต่อสู้ในเกมใหม่ด้วยการดึง “เศรษฐา ทวีสิน” มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อขัดตาทัพก่อนที่จะส่งลูกสาวขึ้นไปมีอำนาจสูงสุดทางการเมือง
“ทักษิณ” บอกว่าไม่ได้สนับสนุนแต่เป็นคนตามใจลูก เมื่อลูกอยากเล่นก็ต้องช่วย แต่หากพิจารณากันให้ลึกและถ่องแท้แล้ว
เขาต้องการให้มี “ทายาท” การเมืองที่ไว้ใจได้ก็คือ “ลูกสาว” เพื่อกุมอำนาจทางการเมืองต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของเขา
เนื่องจากรู้ดีว่าอำนาจการเมืองนั้นสามารถบันดาลทุกอย่างได้ จึงไม่มีทางที่จะวางมือหรือละทิ้งไปได้
จึงไม่แปลกที่รัฐบาลชุดนี้จึงมีอะไรแปลกๆ ให้เห็นอย่างหนึ่งก็คือมีนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว
ยังต้องมีผู้กำกับบารมีเหนือขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง!
“สายล่อฟ้า”
คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม