สมกับที่ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งพุทธศาสตร์ ไสยศาสตร์ หรือพรหมศาสตร์ เด็กชายอายุแค่ 8 ขวบ กลายเป็นผู้วิเศษ มีปาฏิหาริย์เหนือมนุษย์ อ้างตนเป็นลูกพระพุทธเจ้า เป็นเทพบุตรที่แบ่งภาคมาเกิด ก่อให้เกิดการเรี่ยไรเงินสร้างสถานปฏิบัติธรรม ร้อนถึงหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต้องเข้าไปตรวจสอบ
มีทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้ไปตรวจสอบ แม้ ผอ.พศ.จะหนักใจก็ต้องทำ เพราะรัฐมนตรีกำชับว่าต้องทำ เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าพระไตรปิฎกว่าอย่างไร พระธรรมวินัยว่าอย่างไร
แต่ฝ่ายประชาชนต้องขออำนาจศาลเป็นที่พึ่ง นั่นก็คือนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรมและคณะ ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีนายพิชญะ ศูนยะคณิต พ่อของเด็กที่ชื่อ “น้องไนซ์” พร้อมด้วย น.ส.นัฐพร วงศ์ทวิชาติ แม่น้องไนซ์ ข้อหาคือตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
เรื่องราวที่กลายเป็นข่าวโด่งดัง เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เริ่มตั้งแต่ปี 2564 พ่อแม่ของน้องไนซ์ได้เสนอบทความเป็นคลิปวิดีโอนำเข้าคอม พิวเตอร์ 28 ครั้ง อ้างว่าน้องไนซ์ลงไปในนรก โดยมียมทูตเป็นเพื่อน น้องไนซ์เห็นสัตว์นรก อ้างว่าทำหน้าที่รับผู้มีบุญไปสู่ยุคพระศรีอาริย์
บทความที่เผยแพร่ผ่านคลิปวิดีโอ อ้างด้วยว่าน้องไนซ์เป็นลูกพระพุทธเจ้าเป็นลูกบุญธรรมของเจ้าแม่กวนอิม เป็นเทพบุตรชื่อเพชรภัทรนาคานาคราช แบ่งภาคลงมาเกิดในโลกมนุษย์ เพื่อสอนธรรม เป็นผู้รู้ธรรมเอง โดยไม่มีใครสอน เพราะความรู้ติดตัวมาจากองค์พระศากยมุนี และสอนธรรมโดยวิธี “เชื่อมจิต”
…
แต่ทนายอนันต์ชัยเชื่อว่าวิธีเชื่อมจิต เป็นการหลอกลวง เรี่ยไร รับบริจาคเงิน เพื่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมสายธรรมแห่งองค์พุทธะ โดยซื้อที่ดินจากพ่อน้องไนซ์ 15 ล้านบาท เป็นการเรี่ยไร โดยไม่ได้รับอนุญาต จากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไร อาจผิด พ.ร.บ.การเรี่ยไร และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ดังได้กล่าวมาแล้ว ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งศาสตร์ทั้งพุทธศาสตร์ ไสยศาสตร์ แต่ต้องไม่ลืมนิติศาสตร์ด้วย นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา 31 ที่ระบุว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน แต่ต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย.
คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม