มีคิวแทรกให้ต้องรีบแก้เร่งด่วน ระหว่างลัดฟ้าปฏิบัติราชการอยู่ที่อิตาลี
“นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี วุ่นมือเป็นระวิง หลังรับทราบรายงานตัวประกันชาวไทยในฉนวนกาซา เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน แม้คาดการณ์เป็นการเสียชีวิตมาตั้งแต่เดือน ต.ค.2566 ช่วงเริ่มต้นปฐมบทแห่งสงคราม แต่ต้องรีบสั่งการกระทรวงต่างประเทศรีบหาทางแก้ปัญหาเร่งด่วน
หาทุกวิถีทาง นำอีก 6 ตัวประกันไทย ที่ยังเหลืออยู่ให้ได้รับอิสรภาพกลับสู่ประเทศไทยโดยเร็ว
สมรภูมิสู้รบตะวันออกกลางเรื้อรังข้ามปี เล่นงานรัฐบาลไทยหัวหมุน แก้ปัญหาไม่หยุดหย่อน
เรื่องใหญ่ที่มีชีวิตตัวประกันแรงงานไทยเป็นเดิมพัน คั่นจังหวะภารกิจ “นายกฯนิด” ที่กำลังเดินสายโรดโชว์ต่างแดน 10 วันรวด ที่ฝรั่งเศส อิตาลี และญี่ปุ่น เชิญชวนนักธุรกิจระดับโลกขนเงินมาลงทุนในประเทศไทย

สารพัดมรสุมรุมกระหน่ำ มีเรื่องวุ่นๆให้ผู้นำตามแก้ต่อเนื่อง ต่อจากกรณีดราม่าข้าวเก่าค้างโกดัง 10 ปี โครงการจำนำข้าว กรณีความไม่ลงรอยโครงการดิจิทัลวอลเล็ตกระทรวงการคลัง-ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
…
ล่าสุดที่กำลังไต่ระดับความรุนแรงคือ เอฟเฟกต์การเสียชีวิตของ “เนติพร เสน่ห์สังคม” หรือ “บุ้ง ทะลุวัง” ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ
ลากรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยมารุมถล่มปมความล้มเหลวกระบวนการยุติธรรม ทวงถามความรับผิดชอบการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่เป็นธรรม โดนทัวร์ลงยับ ตกเป็นจำเลยสังคม
ตรงข้ามกับพรรคก้าวไกล กลุ่มเด็กและเยาวชนสบจังหวะโหนกระแส เอากรณี “บุ้ง” เป็นหัวเชื้อ เร่งรัดการพิจารณากระบวนการนิรโทษกรรม จี้ปลดล็อกคดีมาตรา 112 ให้อยู่ในเงื่อนไขได้รับอานิสงส์ล้างผิดตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะมีมูลเหตุการกระทำมาจากแรงจูงใจทางการเมือง
บุกยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ในเรือนจำอีกหลายคนให้ได้รับการประกันตัว
ทุกสี ทุกกลุ่ม ทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ได้รับการประกันตัวภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

สถานการณ์เข้าทางให้พรรคก้าวไกลได้เล่นบทถนัด เหยียบคันเร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โกยแต้มเอาใจคนรุ่นใหม่เต็มที่
ต่างกับพรรคเพื่อไทยที่กำลังเสียศูนย์ เจอจี้ใจดำหลักการสิทธิมนุษยชนเงียบหายจุดยืนประชาธิปไตยไม่เข้มข้น เป็นหนังคนละม้วนกับตอนเป็นฝ่ายค้าน
ตั้งข้อกังขา ไม่กระตือรือร้นทวงถามความยุติธรรมให้เยาวชน
เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆถึงความแตกต่างกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สิทธิพิเศษผู้ป่วยวีไอพี ไม่ต้องถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ก่อนได้รับการพักโทษกลับไปอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้า
ค่ายส้มเร่งเครื่องเร้าอารมณ์สังคมให้คล้อยตามภาวะ 2 มาตรฐานเรื่องการคุมขัง ระหว่างวีไอพีกับเยาวชน
ยิ่งหาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กลับประเทศไทยเดือน ต.ค.2567 ตามที่นายใหญ่เคยเปรยไว้ และถ้าได้รับการประคบประหงมดูแลขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมเหมือนพี่ชาย
อารมณ์คนในสังคมอาจยิ่งเตลิดไปใหญ่

ความรู้สึกของประชาชนก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ปัญหาปากท้อง เรื่องใหญ่ที่ “นายกฯนิด” ต้องบาลานซ์ให้เกิดความสมดุล
เอฟเฟกต์ชีวิต “บุ้ง” ตั้งแท่นแฉลบเจ็บตัวกันหลายฝ่าย
“นายกฯเศรษฐา” ต้องพิสูจน์ความจริงใจ สร้างความปรองดอง ไม่สร้างความแตกต่างทางความรู้สึกสุดโต่ง เสี่ยงบานปลายสู่ความขัดแย้ง
เร่งสร้างเซฟโซน พื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง ในภาวะที่กำลังโดนรุกคืบรอบด้าน
ล่าสุด 40 สว.ทิ้งทวนช่วงทำหน้าที่รักษาการ เข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความสิ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรีของนายพิชิต ชื่นบาน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170
กรณีละเมิดอำนาจศาล ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
พ่วงให้ยื่นตีความสถานะนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐาให้หลุดจากตำแหน่งไปด้วย โดนหางเลขต้องร่วมรับผิดชอบ ในฐานะตั้งนายพิชิตเป็นรัฐมนตรี
เพิ่มเรื่องเสียวไส้ให้ “นายกฯนิด” ลุ้นระทึกศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องไว้วินิจฉัยหรือไม่
เผชิญแรงกดดันพุ่งปะทะรอบทิศ ต้องตั้งการ์ดสูงให้รัดกุม!!!!
ทีมข่าวการเมือง