หลังจบเกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสิ่งหนึ่งที่จะเปลี่ยนไปจากบรรดาแฟนบอลอย่างพวกเราในฤดูกาลหน้าก็คือการหายไปของชายที่ชื่อ เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของลิเวอร์พูล ที่จะคุมทัพ “หงส์แดง” ซีซันนี้เป็นซีซันสุดท้าย
ซึ่งเมื่อเปิดฉากฤดูกาลหน้าเป็นต้นมาเราไม่เห็นชายวัยกลางคนหัวสีทองหุ่นสมาร์ทยืนโหวกเหวกโวยวายคอยสั่งการข้างสนามยาม “หงส์แดง” ลงสนามอีกแล้ว บอกตรงๆ แค่นึกก็ใจหายแบบสุดๆแล้ว
เพราะคลอปป์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกุนซือที่มีเสน่ห์เสมอยามอยู่ข้างสนาม เพราะแกมีส่วนร่วมทุกโมเมนต์ของ “หงส์แดง” ไม่ว่าจะเป็นดีใจ หรือ ผิดหวัง เราจะเห็นแอ็กชันแกอยู่ข้างสนามตลอด 90 นาที
.css-djpuwc{position:relative;text-align:center;background-color:#ffffff;display:grid;-webkit-align-content:center;-ms-flex-line-pack:center;align-content:center;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;padding:10px 0 25px;display:block;-webkit-transition:all 0.5s;transition:all 0.5s;}.css-djpuwc .adBox{display:inline;}.css-djpuwc #slot-billboard:nth-of-type(1){margin:0 auto;}.css-djpuwc iframe{min-height:auto !important;}@media (max-width:768px){.css-djpuwc{margin-bottom:0rem;}}.css-djpuwc .btn-close{position:relative;display:grid;-webkit-box-pack:end;-webkit-justify-content:flex-end;-ms-flex-pack:end;justify-content:flex-end;-webkit-animation:fadein 1000ms;animation:fadein 1000ms;-moz-animation:fadein 1000ms;-webkit-animation:fadein 1000ms;-o-animation:fadein 1000ms;-webkit-animation-delay:2s;animation-delay:2s;-moz-animation-delay:2s;-webkit-animation-delay:2s;-webkit-animation-fill-mode:forwards;animation-fill-mode:forwards;opacity:0;}.css-djpuwc .btn-close a{border:none;cursor:pointer;position:relative;display:grid;padding:2px;outline:none;background:black;width:26px;height:26px;margin-top:-26px;bottom:-10px;border-radius:50px;border:2px solid white;z-index:11;-webkit-align-items:center;-webkit-box-align:center;-ms-flex-align:center;align-items:center;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;box-shadow:inset 0 0 5px #000,0 0 5px rgba(0,0,0,0.5);}.css-djpuwc .btn-close svg{width:12px;height:12px;fill:white;}.css-djpuwc .btn-close svg path{fill:black;}.css-djpuwc .btn-expanse{position:relative;display:grid;-webkit-box-pack:end;-webkit-justify-content:flex-end;-ms-flex-pack:end;justify-content:flex-end;-webkit-animation:fadein 1000ms;animation:fadein 1000ms;-moz-animation:fadein 1000ms;-webkit-animation:fadein 1000ms;-o-animation:fadein 1000ms;-webkit-animation-delay:2s;animation-delay:2s;-moz-animation-delay:2s;-webkit-animation-delay:2s;-webkit-animation-fill-mode:forwards;animation-fill-mode:forwards;opacity:0;}.css-djpuwc .btn-expanse a{border:none;cursor:pointer;position:relative;display:grid;outline:none;background:white;width:46px;height:22px;z-index:11;-webkit-align-items:center;-webkit-box-align:center;-ms-flex-align:center;align-items:center;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;border-radius:3px 3px 0 0;margin-top:-32px;box-shadow:0 -2px 4px #00000014;}.css-djpuwc .btn-expanse svg{width:12px;height:12px;-webkit-transition:all 0.5s;transition:all 0.5s;}@-webkit-keyframes fadein{0%{opacity:0;}100%{opacity:1;}}@keyframes fadein{0%{opacity:0;}100%{opacity:1;}}@media (max-width:767px){.css-djpuwc .btn-close a{width:22px;height:22px;margin-top:-22px;top:10px;right:0px;padding:0;}.css-djpuwc .btn-close a svg{width:8px;height:8px;}}
กุนซือวัย 56 ปี ได้ก้าวเข้ามาคุมทัพลิเวอร์พูล ในเดือนตุลาคมปี 2015 แทนที่ของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือ ที่ไม่สามารถพา “หงส์แดง” กลับคืนฟอร์มได้ ซึ่งผ่านไป 8 นัด จมอยู่ในอันดับ 10 ของตาราง
เรียกได้ว่าเมื่อ คลอปป์ เข้ามานั้นก็ได้รีเซต “หงส์แดง” ใหม่ทั้งหมด แม้ว่าจะยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้โดยจบอันดับ 8 บนตารางพรีเมียร์ลีก แต่ทุกอย่างก็เป็นไปได้ดีขึ้นได้ทะลุเข้าชิงศึกยูโรปา ลีก แต่น่าเสียดายที่อกหักได้เพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น
พอในฤดูกาล 2016-2017 คลอปป์ เริ่มบิลต์ทีมได้แบบใจหวังแม้ว่าจะยังไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือแต่ก็ยังสามารถคว้าอันดับ 4 มาครองได้และกลับไปเล่นในถ้วยยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อีกครั้ง
ถัดมาในฤดูกาล 2017-2018 “หงส์แดง” เริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยไฮไลต์สำคัญของคลอปป์ ในฤดูกาลดังกล่าวก็คือการสร้าง 3 ประสานตัวฉกาจอย่างโมฮัมเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต ฟีร์มิโน และ ซาดิโอ มาเน ซึ่งสามารถทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้สำเร็จ แต่ก็ไปไม่ถึงดวงดาวเมื่อแพ้ให้กับเรอัล มาดริด
หลังจากปั้น 3 ประสานที่สั่นสะพรึงวงการลูกหนังอังกฤษและยุโรป ในฤดูกาล 2018-2019 ก็เป็นปีที่คลอปป์สามารถปั้น “หงส์แดง” ให้กลับมาเป็นยอดทีมอย่างเต็มตัว โดยสามารถไล่บี้แย่งชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างสนุก แม้จะจบแค่รองแชมป์เท่านั้น แต่กุนซือเลือดเบียร์ก็สามารถแก้ตัวด้วยการพาทีมเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน
และสุดท้ายสิ่งที่รอคอยมานานก็คือแชมป์แรกของคลอปป์ ในถิ่นแอนฟิลด์ ก็ทำได้สำเร็จพาทีมเถลิงแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มาครองได้สำเร็จ โดยเอาชนะทอตแนม ฮอตสเปอร์ ไปได้ 2-0 ซิวแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 มาครองได้
แต่เหนือกว่าแชมป์ยุโรปก็คือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกที่บรรดา “เดอะ ค็อป” เฝ้าใฝ่ฝันมานานเพราะไม่เคยได้สัมผัสมานานถึง 30 ปีแล้วจากความสำเร็จในศึก ชปล.แล้วทำเอาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ “หงส์แดง” ก็คิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่จะกลับไปยืนบนจุดสูงสุดของพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง
ซึ่งคลอปป์ ก็ไม่ทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” ทั่วทั้งโลกผิดหวังเมื่อสร้างผลงานมาสเตอร์พีซพา ลิเวอร์พูลเดินหน้าเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่องในลีกก่อนสุดท้ายจะพา “หงส์แดง” ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จและเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 30 ปี
หลังจากนั้น คลอปป์ ก็ยังเดินหน้าคว้าแชมป์ได้อีก 3 รายการก็คือ คาราบาว คัพ 2 สมัย (ฤดูกาล 2021-2022 และ 2023-2024) และเอฟเอ คัพ (ฤดูกาล 2021-2022)
ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีสุขบ้าง เศร้าบ้าง ผิดหวังบ้าง สมหวังบ้าง แต่คลอปป์ก็ไม่เคยย่อท้อที่จะทำสิ่งดีๆให้กับ “หงส์แดง” มาตลอดจนสาวก “เดอะ ค็อป” ทุกคนก็ยกให้กุนซือเลือดเบียร์กลายเป็นหนึ่งตำนานของลิเวอร์พูล เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
แม้ว่า คลอปป์ จะจากไป แต่เชื่อว่าชื่อของเขาและผลงานที่เขาสร้างไว้นั้นคงไม่มีทางหลุดออกจากหัวใจของบรรดา “เดอะ ค็อป” ได้อย่างแน่นอน!!
มะระหวาน
คลิกอ่านคอลัมน์ “ตะลุยฟุตบอลโลก” เพิ่มเติม