ศาสนาพุทธก่อกำเนิดเมื่อสองพันปีเศษมาแล้ว…เจ้าชายสิทธัตถะซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในฐานะของราชวงศ์ พระมหากษัตริย์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่พรั่งพร้อมในทุกๆด้าน หนทางชีวิตหนึ่งที่แสวงหาทางออกแห่งความทุกข์ของสัตว์โลกที่ประสบกับวงเวียนชีวิต…เกิด แก่ เจ็บ ตาย
การแสวงหาหลักการ…หลักธรรมที่จะนำพาเหล่ามวลมนุษย์ให้พ้นจากความทุกข์ความเดือดร้อนในชีวิตถึงที่สุดที่เรียกว่า…นิพพาน เฉลิมพล พลมุข ประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ บอกว่า วันวิสาขบูชาได้เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในสมัยสุโขทัย ซึ่งสันนิษฐานว่าได้รับแบบแผนมาจากลังกาเมื่อประมาณ พ.ศ.420
ในสมัยพระเจ้าภาติกุราชเป็นผู้ประกอบพิธีวิสาขบูชาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา นับจากนั้นมาองค์พระมหากษัตริย์ของเมืองจึงได้มีพิธีวันวิสาขบูชาสืบต่อเนื่องมาจนมาถึงสมัยสุโขทัย บันทึกในหนังสือนางนพมาศ ได้มีสาระสำคัญระบุคือ…เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดินข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้า ฝ่ายใน ตลอดถึงประชาชน
“ช่วยกันตกแต่งพระนครด้วยดอกไม้ จุดประทีปโคมไฟให้ดูสว่างไสวไปทั่วพระนครเป็นเวลาสามวันสามคืน เมื่อถึงเวลาเย็นก็มีการเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ไปยังพระอารามหลวง ทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน”
…
ชาวสุโขทัยส่วนใหญ่จะรักษาศีล ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ฟังธรรม ถวายสลากภัต สังฆทาน บริจาคทานแก่คนยากจน…ทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ ประโยคหนึ่งที่มักได้ยิน… “ประชาชนชาวบ้านกรุงสุโขทัย โอยศีล โอยทาน” และอีกสิ่งที่พบเห็นได้เชิงประจักษ์ก็คือพระพุทธรูปปางสุโขทัยมีรูปลักษณะที่อ่อนช้อยนุ่มนวลใบหน้ายิ้ม
สะท้อน…ความเมตตากรุณาแก่ผู้ที่ได้พบเห็นและกราบไหว้
“วันวิสาขบูชา” เพื่อระลึกนึกถึงองค์พระพุทธเจ้าที่ทรงประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพาน ตรงกับวันเพ็ญเดือนวิสาขมาส เดือนหก สามเหตุการณ์ในเวลาดังกล่าวก็คือทรงประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินี ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และเทวทหะ ตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา พุทธคยา รัฐพิหาร
และ…พระองค์ได้ประกาศเผยแผ่พระศาสนาเป็นเวลา 45 ปี จนกระทั่งพระชนมพรรษา 80 พรรษา ก็ได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานที่…สาลวโนทยาน แคว้นมัลละ เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ของประเทศอินเดีย
ประเด็นสำคัญมีว่า… “ศาสนาพุทธ” ได้เผยแผ่ไปในหลายประเทศทั่วโลกทั้งแถบตะวันตกและตะวันออก ปัจจุบันมีผู้นับถือศาสนาพุทธอยู่ทั่วโลกในตัวเลข 376 ล้านคน โดยเฉพาะเมืองไทยเราในอดีตกาลได้รับความเชื่อจากลัทธิผี ปรากฏการณ์ของธรรมชาติและมาเป็นศาสนาพุทธในวันเวลาต่อมา
ปัจจุบันเมืองไทยเรามีวัดทั่วประเทศ 42,655 วัด…จำนวนพระสงฆ์ สามเณร 205,539 รูป และมีวัดร้างจากทั่วประเทศในจำนวน 5,388 วัด (สำนักงานศาสนสมบัติ ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2565)
บริบทหนึ่งของชาวพุทธในเมืองไทยเราในวันเวลาที่ผ่านมา คนไทยส่วนหนึ่งมีความเชื่อมั่นศรัทธาในองค์บรมศาสดา ทั้งหลักการคำสอน ศาสนพิธี วัดวาอาราม วัตรปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์ที่ได้ประพฤติดีประพฤติชอบตามหลักพระธรรมวินัย การทำบุญตักบาตร การบริจาคทาน สร้างวัดสร้างศาสนวัตถุ
งานบุญประเพณีต่างๆ งานศพงานตาย การแต่งงาน ทำบุญบ้าน ทอดกฐินผ้าป่าสามัคคี หรือแม้กระทั่งการร่วมกันสร้างโรงพยาบาล โรงเรียนหรือหน่วยงานราชการที่เป็นสาธารณะที่จักได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
นอกจากนั้นก็ยังมี “พระ” ที่ทำงานเกื้อกูลเมตตาเปิดสถานที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง คนตกงาน เด็กกำพร้า ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ หรือแม้กระทั่งเปิดสถานชีวาภิบาลต้นแบบ…ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง
…
ในอดีตกาลที่ผ่านมาวิถีชีวิตชาวบ้านเกี่ยวเนื่องกับวัดอยู่เนืองๆ ลูกหลานเกิดใหม่ครอบครัวก็พาไปให้พระประพรมน้ำมนต์ ตั้งชื่อ ครั้นเติบโตก็ส่งไปเป็นเด็กวัด บวชเป็นสามเณร พระภิกษุ อีกทั้งเป็นสถานที่สำคัญของชาวบ้าน…ชุมชนเป็นที่ประชุมกรรมการต่างๆ เป็นสถานที่ ปรึกษาปัญหาชีวิต ไกล่เกลี่ยคดีความ ฝึกอาชีพ ฯลฯ
อาจจะเรียกว่า “วัด” เป็นแหล่งเรียนรู้ สัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านกับพระตั้งแต่เกิดถึงตาย
เฉลิมพล บอกอีกว่า ที่ผ่านมา…ข่าวหรือข้อมูลหนึ่งที่ถูกนำเสนอในสื่อต่างๆ มีพระภิกษุบางรูปที่ประพฤติผิดพระธรรมวินัย กฎหมายบ้านเมือง การใช้ยาเสพติดผิดกฎหมาย…ประพฤติผิดทางเพศ ทำร้ายร่างกายรวมไปถึงคดีความต่างๆ เราท่านที่เป็นชาวพุทธหากมีใจที่ไม่มั่นคงหวั่นไหวไปในกระแสของโลกธรรม
ย่อมทำให้ความศรัทธาเชื่อมั่นในพระรัตนตรัยลดน้อยลงไป อาจจะเคยได้ยินบางคนที่ตีตราว่า “ศาสนาเสื่อม”…เอาว่าหลักคำสอนหนึ่งของชาวพุทธเราก็คือ การกระทำกรรมทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคตกรรม การสร้างกุศลกรรมความดี การเชื่อมั่นถึงการเวียนว่ายตายเกิด การเกิดใหม่รวมถึงการไม่ต้องมาเกิดอีกนับภพนับชาติ
อีกปรากฏการณ์หนึ่งในแวดวงคณะสงฆ์ไทยเราในปัจจุบันก็คือจำนวนผู้ที่เข้าไปบรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ นั่นก็คือผู้คนที่เป็นวัยรุ่นยุคปัจจุบัน…คนที่กำลังทำงานสร้างครอบครัวหรือสร้างอนาคต ก็จะนิยมไม่ไปบวช หรือบวชก็ในระยะเวลาสั้นๆ
วัดในต่างจังหวัดไม่น้อย จำนวนพระภิกษุที่ประจำอยู่ในวัดมีจำนวนที่น้อยลง บางครั้งถ้ามีพิธีกรรมทางศาสนาก็ต้องไปจัดหาพระภิกษุจากวัดต่างๆมาเพื่อให้ครบตามจำนวน…ข้อเท็จจริงประการหนึ่งมีอีกว่าในวัดต่างๆจะมีพระภิกษุที่เป็นผู้สูงอายุเข้าไปบวชด้วยเหตุผลของชีวิตในมิติต่างๆ อาทิ สุขภาพกาย จิตใจ ความคิด
…
…การพัฒนาศักยภาพ เพื่อสืบทอดพระศาสนาก็ลดน้อยลง
สารพัดปัจจัยปัญหาเหล่านี้นำมาซึ่งภาครัฐ กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายแผนงานที่จะช่วยคุณภาพชีวิตพระสงฆ์เหล่านั้น นำเสนอนโยบายผ่านมหาเถรสมาคมที่เรียกว่า “พระคิลานุปัฏฐาก” พระ อสม. มีการสร้างกุฏิชีวาภิบาล โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประธานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม
ในภาพรวม “รัฐ” และ “คณะสงฆ์” ต่างมีนโยบาย แผนงาน แผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยและคุณภาพชีวิตของพระสงฆ์ พระภิกษุสามเณร นักบวชในพระศาสนา รวมไปถึงเหล่าศาสนิกชนที่ต้องขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางที่เหมาะสม
การพัฒนาประเทศจึงต้องมีประชากรที่มีคุณภาพมีประสิทธิภาพศักยภาพ คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม..เมืองไทยเรามีภูมิศาสตร์ประเทศที่มีความพร้อมของธรรมชาติรอบด้านทั้งทะเล ภูเขา แม่น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งคนไทยเราก็มีความเก่งทั้งความรู้ความสามารถ ความฉลาด มิได้แพ้ไปจากผู้คนในประเทศต่างๆ
“การก่อกำเนิดศาสนาพุทธในประเทศอินเดียเมื่อสองพันปีเศษที่ผ่านมา เมื่อมาถึงวันเวลานี้…ในประเทศดังกล่าวผู้คนส่วนใหญ่มิได้นับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลักของประเทศ ขณะเดียวกันศาสนาพุทธก็ไปเจริญก้าวหน้าทั้งหลักธรรม รวมถึงผู้ที่เชื่อมั่นศรัทธาในหลายๆประเทศทั่วโลก”
…
ความจริงประการหนึ่งก็คือในทุกๆสรรพสิ่งมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป…ความเป็นไตรลักษณ์และความจริง ย่อมพิสูจน์ในการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกๆวันเวลา
วันเวลานี้ “วิสาขบูชารำฦก” เวียนมาอีกครั้งหนึ่ง
“เราท่านทั้งหลายได้ตระหนัก เรียนรู้วิเคราะห์นำหลักการธรรมะของพระศาสนาที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ครอบครัว สังคม ประเทศชาติอย่างแท้จริง..รวมถึงการค้นพบหลักการแห่งความทุกข์ ความสุขของชีวิตได้หรือไม่อย่างไร…” เฉลิมพล พลมุข กล่าวทิ้งท้าย.
คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม