คาดกันว่าวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาเพื่อรับคำร้องของ 40 สว.ที่ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สว. ยื่นให้วินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของ เศรษฐา ทวีสิน และ พิชิต ชื่นบาน รมต.ประจำสำนักนายกฯ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญม.170 ประกอบ ม.160 (4) และ (5) ที่กำหนดถึงคุณสมบัติและข้อห้ามการเป็นรัฐมนตรี ซึ่งยังคาดกันด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญ คงต้องรับเรื่องไว้พิจารณา เพราะเป็นการยื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ และยังคาดกันอีกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำสั่งให้ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะในอดีตนายกฯที่ถูกยื่นเรื่องให้ตรวจสอบคุณสมบัติก็จะต้องมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สมัยรัฐบาลนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
หมากเกมนี้มีความแปลกคือ ไม่มี สว.คนไหนออกมาประกาศเจตนารมณ์ในการยื่นเรื่องตรวจสอบคุณสมบัติของ นายกฯเศรษฐา ตรงๆ ค่อนข้างจะปกปิดชื่อ สว.ที่ร่วมลงชื่อด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ที่ปรากฏเป็นข่าว ส่วนใหญ่จะเป็น สว.สายทหารและ สว.ที่อยู่ในกรรมาธิการพัฒนาการเมือง ที่มี เสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธานทำให้เจ้าตัวต้องรีบออกมาปฏิเสธว่า ไม่รู้ไม่เห็นกับการยื่นเรื่องตรวจสอบนายกฯในครั้งนี้ด้วย
เป้าหมายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ พิชิต ชื่นบาน แต่อยู่ที่ เศรษฐา ทวีสิน ทำให้ต้องโฟกัสไปหลายจุด โดยเฉพาะ สนิมเนื้อในเพื่อไทย และ พรรคร่วมรัฐบาล เป็นวิบากกรรมที่มาเร็วเคลมเร็วกว่าที่คิด
ก้าวไกล ยังเดินหน้ารณรงค์ต่อสู้ทางการเมืองต่อไป เริ่มตีปี๊บมหกรรมนโยบายสาธารณะของพรรคก้าวไกล ด้วยภารกิจใหม่ สถาปนาการเมืองภาคประชาชน โดยไม่สนใจ การถูกร้องยุบพรรค ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ เช่นกัน ชัยธวัช ตุลาธน อาสาเป็นสะพานเชื่อมแห่งยุคสมัย เชื่อมสังคมไทยแบบเก่ากับสังคมไทยแบบใหม่ และเชื่อมความฝันความหวังกับความเป็นจริง
…
ดูเหมือนว่า ก้าวไกล ก็กำลังปรับตัว เปลี่ยนจาก การเมือง แบบเอาเป็นเอาตายมาเป็นการเมืองแบบประนีประนอมมากขึ้น ประนีประนอมระหว่างการเมือง ซ้ายกับขวา เพราะที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสำคัญของก้าวไกลที่พลาดโอกาสสำคัญไป
เงื่อนไขมีลุงไม่มีเรา เริ่มจะเปลี่ยนไป เหลืออีก 1 ลุง เริ่มจะลดบทบาทลงมามาก กับภูมิใจไทยก็คุยกันได้ กับพลังประชารัฐก็คุยกันได้ กับรวมไทยสร้างชาติก็คุยกันได้ ปลดพันธนาการ แม้แต่การแก้ไข ม.112
ในขณะที่ เพื่อไทย ยังติดพันธนาการอีกมากมาย นิรโทษกรรม การแก้รัฐธรรมนูญ การที่ยังต้องยํ่าเท้าอยู่กับวิบากกรรมในอดีตทำให้กลายเป็นว่า เพื่อไทย ปลดล็อกการเมืองยากกว่าก้าวไกล
การเสียชีวิตของ บุ้ง เป็นเพียงน้ำผึ้งหยดเล็กๆที่ ก้าวไกล ไม่ได้ไม่เสีย แต่ เพื่อไทย กลับโดนหางเลขไปเต็มๆ เพราะฉะนั้นจึงพออนุมานได้ว่า เพื่อไทยและก้าวไกลกำลังตกอยู่ในชะตาเดียวกัน
ก้าวไกลยังเหลือแค่การยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมือง อย่างมากก็ตั้งพรรคใหม่ เอาคนรุ่นใหม่มารับช่วงต่อไป แต่เพื่อไทย ยังมีปัญหาใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าอีกบานตะไท ทั้งในพรรคนอกพรรค
กับดักการเมืองมันร้าย.
หมัดเหล็ก
[email protected]
คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม