เรื่องที่ 35 ในหนังสือ เรื่องคมๆ ความหมายชวนคิด (สำนักพิมพ์อินสไปร์ พ.ศ.2553) “แบบทดสอบตลอดชีวิต” ใครที่เคยอ่านแล้ว คงพอจำได้ คนที่สอบได้คนเดียว เป็นพระเอ๊กพระเอก
ใครที่ยังไม่อ่าน ก็ควรรีบอ่าน หากอยากจะเล่นเป็นพระเอกกะเขาบ้าง
แบบข้อสอบสัมภาษณ์ พนักงานใหม่ บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง เป็นเรื่องสมมติ ยังกะฉากระทึกในหนังฝรั่ง
ในค่ำคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำ พระเอกของเรื่อง กำลังขับประคองรถช้าๆอยู่บนถนน ผ่านป้ายรถเมล์ คนที่สามคนที่ยืนรอ
รถเมล์นั้น บังเอิญเหลือเกิน เขารู้จักดีอยู่สองคน
แต่คนแก่คนเดียว ที่เขาไม่รู้จัก ออกอาการใกล้ตาย สถานการณ์บีบคั้น ถ้าเขาไม่รีบช่วยไว้…เขาอาจจะตายในไม่ช้า
คนที่สองเป็นหมอ ที่เคยรักษาชีวิตเขาตอนป่วยหนัก พระเอกอยากจะตอบแทนบุญคุณเขาโดยตลอด แต่ยังไม่เคยได้โอกาสสักที
ส่วนคนที่สาม ไม่อยากเชื่อสายตา…เป็นสาวสวยในอุดมคติ ที่พระเอกหมายปองจ้องตา อยากได้เป็นนางเอกมานาน พลาดโอกาสครั้งนี้แล้ว ก็คงไม่มีโอกาสใดอีก
ปัญหาของพระเอก รถของเขาเป็นรถสองที่นั่ง หมายความว่า นอกจากพระเอกแล้ว เหลืออยู่ที่นั่งเดียว
สถานการณ์บีบคั้น ให้ต้องเลือดตัดสินใจอย่างนี้ ลองติดตามดู พระเอกจะเลือกช่วยใคร?
ข้อสอบสัมภาษณ์นี้ ไม่ปล่อยให้คนสอบเลื่อนลอยเกินไป ในคำอธิบายความหมายชวนคิด มีทางเลือกให้ไว้สามแบบด้วยกัน
แบบที่ 1 ด้วยเหตุผลของมนุษยธรรม ก็ต้องช่วยคนแก่ก่อน เพราะอาการเขาส่อว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที ไม่มีอะไรสำคัญกว่าชีวิตอีกแล้ว
คนที่ไม่เลือกแบบที่ 1 อาจมีเหตุผล คนแก่ทุกคนสุดท้าย
ก็ต้องตาย แม้ช่วยเขาไว้ตอนนี้ ก็อาจจะช่วยชีวิตเขาไว้ไม่ได้ และไม่แน่ การช่วยของเรา อาจเป็นการซ้ำเติมให้เจ็บปวดทรมานยิ่งขึ้น
…
แบบที่ 2 ไม่ว่ามนุษย์แบบไหน ก็อยากเล่นบทพระเอกทุกคน ก็ต้องเล่นบท ตอบแทนหมอผู้มีพระคุณ
คนไม่เลือกแบบที่ 2 อาจมีเหตุผลว่า เราสามารถตอบแทนคุณหมอได้ในโอกาสหน้า
แบบที่ 3 พระเอก ก็ต้องเลือกนางเอกขึ้นรถ ไม่ว่าหนังชีวิตหรือหนังบู๊ พระเอกก็ต้องรักและช่วยนางเอกไว้เสมอ
อย่างที่เราเคยลุ้นกันในหนัง พระเอกก็มักมาช่วยได้ทันเวลาสุดท้าย นั่นปะไร
คนไม่เลือกแบบที่ 3 มีเหตุผลมากมาย คนเป็นพระเอกเมื่อเห็นคนแก่ใกล้ตายแล้วไม่ช่วย ก็เป็นพระเอกไม่ได้ และนางเอกไม่ว่าแบบไหน หากเจอพระเอกที่ไม่รู้จักตอบแทนคนมีคุณ ที่เคยรัก ก็คงรักไม่ลง
ในสถานการณ์บังคับที่สมมติขึ้นนี้ พระเอกต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่อาจถูกหรือผิดก็ได้
แต่สิ่งที่สำคัญ พระเอกมีเหตุผลที่ฟังขึ้น มากน้อย
บทสรุปของเรื่องแบบทดสอบตลอดชีวิตตอนท้าย ในบรรดาผู้สมัครงาน 200 คน มีเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกให้เข้าทำงาน เขาไม่ได้เลือกคำตอบแบบใดแบบหนึ่ง แต่เขาเลือกคำตอบ แหกกรอบไปเลย
“ผมจะจอดรถ ยื่นกุญแจให้หมอ พาคนแก่ไปโรงพยาบาล”
บอกทางเลือกนี้แล้ว อย่าลืมนี่เป็นสอบสัมภาษณ์ ผู้สอบก็คงยิ้มกริ่ม ก่อนจะอธิบายสถานการณ์ต่อ
“จากนั้น ในบรรยากาศฟ้าถล่มดินทลาย ผมก็จะได้โอกาสพิเศษ ที่จะปกป้องดูแลผู้หญิงในอุดมคติ ซึ่งก็น่าจะเป็นนางเอกตลอดกาลของผมได้ในเวลาต่อมา” จบเรื่องเล่าวันนี้ ไม่วกเข้าหาการเมืองสักวันนะครับ…
เหตุเพราะนักการเมืองแถวหน้าๆนั้น เขาก็มักแหกกรอบทุกกรอบ จนแทบจะไม่มีกรอบให้เลือกแหก จนบ้านนี้เมืองนี้ เกือบจะได้ชื่อว่าไม่มีขื่อไม่มีแปกันแล้ว.
กิเลน ประลองเชิง
คลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม