.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

ผู้สูงอายุมีความสุขในการกินลดลง เนื่องจากมีข้อจำกัดในการกินอาหาร ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย (การเคี้ยว การรับรส รับกลิ่น การย่อย การกลืน) การเจ็บป่วยทำให้มีข้อจำกัดอาหาร ทั้งชนิดและรสชาติ ความรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ส่งผลทำให้ความอยากอาหารลดลง ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนอาหารให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง ทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติ รวมทั้งบรรยากาศในการกินอาหาร

1. การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย : ฟัน ลิ้น จมูก ระบบย่อยอาหาร ซึ่งส่งผลต่อการกินอาหารและความอยากอาหาร ดังนี้

  • ฟัน ฟันของผู้สูงอายุจะหลุดหรือหักง่าย บดเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนัก ผู้สูงอายุบางท่านอาจต้องใส่ฟันปลอม ดังนั้น อาหารที่ควรจัดให้ผู้สูงอายุ ควรเป็นอาหารอ่อน หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทำให้สามารถเคี้ยวและกลืนได้ง่าย ย่อยได้ง่ายและมีประโยชน์ เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ ผักต้ม นอกจากนี้ ผู้สูงอายุควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันทุก ๆ 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ลิ้น ผู้สูงอายุมักรับรสชาติอาหารได้ลดลง โดยเฉพาะรสหวานและรสเค็ม ทำให้มีแนวโน้มรับประทานหวานหรือเค็มมากขึ้น ส่งผลต่อปัญหาทางด้านสุขภาพในด้านต่าง ๆ ดังนั้น คนในครอบครัวควรช่วยดูแลไม่ให้ผู้สูงอายุปรุงรสอาหารด้วยน้ำตาล น้ำปลาหรือซอสปรุงรสมากเกินไป
  • จมูก การได้กลิ่นต่าง ๆ ของผู้สูงอายุลดลง ไม่สามารถแยกกลิ่นที่คุ้นเคยได้ บางครั้งอาจไม่ได้กลิ่นอาหารที่เริ่มบูดเน่า ผู้สูงอายุอาจรับประทานเข้าไปทำให้ท้องเสียได้ ผู้สูงอายุควรรับประทานอาหารสดใหม่เสมอ และไม่ควรให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารค้างคืนหรือเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม
  • ระบบย่อยอาหาร กระเพาะอาหารของผู้สูงอายุจะมีน้ำย่อยลดลง ลำไส้หย่อนตัว ทำให้มักเกิดอาการท้องอืด แน่นท้องและท้องผูกได้ ผู้สูงอายุจึงควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด ผู้ดูแลควรจัดอาหารที่อ่อนให้รับประทานเพื่อให้ย่อยได้ง่าย เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีใยอาหารให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผักผลไม้และควรเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อป้องกันการเกิดอาการท้องผูก
  • อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการกลืน อาจทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กลืนลำบาก สำลักได้ง่าย ทำให้ไม่อยากกินอาหาร มีข้อจำกัดในการกินอาหาร จำเป็นต้องปรับเนื้อสัมผัสอาหารให้เหมาะสมตามเกณฑ์อาหาร ฝึกกลืนตามมาตรฐานสากลของ The International Dysphagia Diet Standardization Initiative (IDDSI)

2. การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์และจิตใจ ผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ที่เห็นได้ชัด เมื่อสูญเสียคนใกล้ชิด ทำให้อารมณ์หวั่นไหว รู้สึกเศร้า ว้าเหว่ และรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองลดลง เพราะไม่ได้รับการยกย่องนับถือเหมือนตอนทำงาน

3. การเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเกษียณอายุจากการทำงาน เป็นการเปลี่ยนบทบาทจากการอยู่ในสังคมภายนอกมาอยู่แต่กับสังคมภายในบ้าน ขาดการพบปะกับผู้ร่วมงาน บทบาทสังคมและการได้รับการยกย่องจากบุคคลอื่นในสังคมลดลง ส่งผลให้ผู้เกษียณเกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและศักดิ์ศรีลดน้อยลง เกิดความรู้สึกเหงาและว้าเหว่ ถ้าไม่มีมีบทบาทใหม่มาทดแทน จะส่งผลให้ความพึงพอใจในชีวิตลดลง

ผู้สูงอายุควรรับประทานอาหาร เพื่อให้มีประโยชน์กับร่างกายมากที่สุด ดังนี้

  • กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ (ข้าว-แป้ง ธัญพืช ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง ผัก ผลไม้และไขมัน) ปริมาณที่เพียงพอและหลากหลาย
  • ปรับเนื้อสัมผัสให้สอดคล้องกับความสามารถในการเคี้ยว กลืนและการย่อยอาหารของผู้สูงอายุ
  • กินอาหารสะอาด ปลอดภัย ปรุงสุกใหม่ ๆ ไม่กินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

การปรุงอาหารให้ผู้สูงอายุรับประทาน

  • ปรุงอาหารสุกใหม่ให้ผู้สูงอายุรับประทาน
  • รสชาติไม่หวานจัดและไม่เค็มจัด
  • ดัดแปลงลักษณะอาหารให้เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย โดยหั่นชิ้นเล็กหรือสับละเอียด ปรุงให้มีลักษณะชุ่มน้ำ ใช้การต้มหรือตุ๋น เพื่อให้อาหารมีลักษณะเปื่อยนุ่ม อาหารประเภทผักใช้การต้มหรือนึ่ง และหั่นเป็นชิ้นพอคำ หากผู้สูงอายุมีอาการท้องอืดให้หลีกเลี่ยงผักดิบ
  • หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง เพราะผู้สูงอายุย่อยและดูดซึมไขมันได้ลดลง ทำให้ท้องอืดและแน่นท้องได้

นอกจากรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว กรณีที่ผู้สูงอายุไม่สามารถกินนมได้ จะต้องเพิ่มเนื้อสัตว์ 2-3 ช้อนกินข้าว และเลือกนมจากพืชที่แคลเซียมสูงหรือกินแคลเซียมเสริม 1,000 มิลลิกรัม/วัน

คำแนะนำเพิ่มเติมอื่น ๆ

  • หากผู้สูงอายุเบื่ออาหาร กินอาหารได้น้อย ควรแบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยๆ 5-6 มื้อต่อวัน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอ
  • ควรประเมินภาวะกลืนลำบาก เพื่อปรับเนื้อสัมผัสอาหารให้เหมาะสม หากผู้สูงอายุมีอาการดังต่อไปนี้อย่างน้อย 1 อาการ ควรพบแพทย์และนักกิจกรรมบำบัดเพื่อประเมินว่าผู้สูงอายุมีปัญหาการกลืนลำบากระยะใด และเหมาะกับอาหารฝึกกลืนระดับไหน

  • ติดตามภาวะโภชนาการอย่างต่อเนื่อง

————————————————————————–

แหล่งข้อมูล
ดร. วนะพร ทองโฉม นักสุขศึกษา (นักกำหนดอาหารวิชาชีพ) งานสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล