.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

ต้องยอมรับว่ารัฐบาลที่มี “เซียนกฎหมาย” เป็นคนคุมเกมต่อความเป็นไปของรัฐบาลนั้นมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง

จึงไม่แปลกที่หลายนายกรัฐมนตรีหลายรัฐบาลที่ผ่านมาจึงตั้งให้ “วิษณุ เครืองาม” ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบด้านกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่ารัฐบาลเลือกตั้ง หรือรัฐบาลทหาร ต่างก็ใช้คนเดียวกันนี่แหละ…

เพราะการบริหารประเทศนั้นเกี่ยวข้องกับกฎหมายระเบียบข้อบังคับต่างๆ ซึ่งเป็นกติกาที่ต้องปฏิบัติตาม

ผิดพลาดเมื่อใดก็เมื่อนั้น…

รัฐบาลชุดนี้สำคัญผิดอะไรมิทราบ ไม่มีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ไม่มีรองนายกรัฐมนตรีดูแลด้านความมั่นคง

แต่ไปตั้งรองนายกรัฐมนตรีลอยๆแล้วก็ต้องปรับเปลี่ยนในเวลาต่อมา

นั่นคงเป็นเพราะนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” เชื่อมั่นตัวเองเกินไปและมองไม่เห็นถึงความสำคัญมุ่งแต่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว

วันนี้มันเลยกลายเป็นเชือกมัดคอตัวเอง

ศาลรัฐธรรมนูญมีการประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องที่ 40 สว.ยื่นให้วินิจฉัยกรณีตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เข้าข่ายว่าทุจริตประพฤติมิชอบเป็นที่ประจักษ์และมีการกระทำอันละเมิดต่อจริยธรรมอย่างร้ายแรง

โดยพ่วงนายกรัฐมนตรีไปอีกคนโทษฐานลงนามแต่งตั้ง

ปรากฏว่าศาลมีมติเสียงข้างมากไม่รับคำร้องกรณีของ “พิชิต” เนื่องจากลาออกไปก่อนหน้านี้ ทำให้หลุดบ่วงไป 1 ราย

แต่กรณีของนายกรัฐมนตรีนั้นปรากฏว่าศาลมีมติ 6 ต่อ 3 รับพิจารณาคำร้องและให้ส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน ว่าที่ตั้ง “พิชิต” ไปนั้นมั่นใจว่าคุณสมบัติถูกต้องแล้วหรือ

มติ 5 ต่อ 4 ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยไม่ต้องหยุด

ที่นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบใจ “พิชิต” ที่ลาออกเพื่อแสดงสปิริตนั้นคงไม่ใช่อย่างคิดเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นศาลก็คงไม่รับคำร้องไปแล้ว

นี่ก็แสดงว่าการลงนามตั้ง “พิชิต” นั้นมีส่วนสนับสนุนให้คนที่ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีจึงมีส่วนร่วมกระทำผิดด้วย

หากไม่รับคำร้องนั่นแหละจึงพูดได้ว่าเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีพ้นผิดไม่เกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจตั้งคนที่ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วศาลจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร จะพ้นผิดหรือผิดตามคำร้องตามข้อกล่าวหา

อันมีผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง

แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม ฐานะและภาพลักษณ์ความเป็นนายกรัฐมนตรีของคนชื่อ “เศรษฐา” ณ วันนี้นั้น

ป่นปี้ไปแล้ว…

เพราะมีรัฐมนตรีต้องออกไปถึง 3 คนในเวลาไล่เลี่ยกันแสดงให้เห็นว่าไม่มีความสามารถที่จะหาคนเข้ามาทำงานแบบไม่มีปัญหาได้เลย

โดยเฉพาะ 2 รัฐมนตรีจาก 3 คนนั้นน่าจะมาจากการผลักดันของคนที่มีอำนาจเหนือนายกรัฐมนตรีเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย

อย่าไปโทษใครที่ไหนแต่นี่เป็นเพราะทำตัวเองแท้ๆ!

“สายล่อฟ้า”

คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม