แค่โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถยกภูเขาออกจากอกได้
“นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพิ่งแลนดิ้งถึงเมืองไทยไม่ทันไร หลังไป โรดโชว์ต่างแดน 10 วัน 3 ประเทศ ต้องเหนื่อยหนัก เตรียมตัวไปชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วัน
หัวหมุนแก้สถานการณ์ฉุกเฉินเฉพาะหน้า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องวินิจฉัยสถานะความเป็นนายกรัฐมนตรี กรณีตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
แม้ไม่ถึงขั้นต้องหยุดพักปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แต่ยังหายใจได้ไม่ทั่วท้อง ตกอยู่ในความสุ่มเสี่ยง เจออาฟเตอร์ช็อกตามมา ต้องระดมหาหลักฐานมาสู้คดีทุกมิติ
ลุยไฟพิสูจน์ความถูกต้องทางจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต หักล้างข้อกล่าวหาของกลุ่ม 40 สว.
แผนตัดไฟแต่ต้นลมให้ “พิชิต” ไขก๊อกรัฐมนตรี เซฟ “เศรษฐา” ตัดตอนคำร้องไม่ให้ลามถึงตัวผู้นำ ไม่เป็นไปอย่างที่คิด ถึงตัวต้นเรื่องจะลาออก แต่เรื่องดันไม่จบ
ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเฉพาะตัวแม่ทัพใหญ่ แต่ไม่รับคำร้องตัวประกอบ

…
จากที่คิดจะตัดไฟแต่ต้นลม กลายเป็นไฟลามทุ่ง นายกฯติดบ่วงข้อกฎหมาย ต้องไปวัดดวงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะลงเอยอย่างไร
เสียงตุลาการเบื้องต้น 6 ต่อ 3 ที่สั่งรับเรื่องไว้พิจารณา ห่างเท่าตัวจากเสียงที่ไม่ให้รับเรื่อง แต่เสียง 5 ต่อ 4 ที่สั่งไม่ให้เว้นวรรคทำหน้าที่ ห่างแค่ฉิวเฉียดกับเสียงที่อยากให้พักทำหน้าที่ไว้ก่อน ตามรูปการณ์ต้องเตรียมสู้คดีหืดจับ หาช่องรอดทางกฎหมายเพื่อไปต่อ
อนาคต “นายกฯนิด” แขวนชะตาไว้กับศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าต้องสิ้นสภาพผู้นำ ครม.ก็พังพาบตามไปด้วย
สถานภาพรัฐบาลตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง หนาวๆร้อนๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว ไปตามๆกัน
“นายกฯเศรษฐา” ต้องแก้ปัญหามือเป็นระวิง ห่วงหน้าพะวงหลัง ทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน แก้ปากท้องประชาชน และยังต้องมากังวลแก้ต่างข้อกฎหมายให้ตัวเอง
ถึงจะใช้เวลาพิจารณาพักใหญ่ แต่ในภาวะคิวบริหารสะดุด อะไรๆอาจไม่ราบรื่น กระทบการฟื้นเศรษฐกิจ ต่างชาติลังเลลงทุนตั้งฐานผลิตในประเทศไทย ชั่งใจรอดูสถานการณ์รัฐบาล
พิษการเมืองส่อลามกระเทือนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ
ปฏิบัติการ 40 สว.ยื่นสอย “พิชิต–เศรษฐา” สร้างแรงสะเทือนหนักใส่รัฐบาล เจอเหลี่ยมเขี้ยวฝ่ายอนุรักษ์นิยมเล่นเกมเร็วล่าชื่อ สว.ยื่นเรื่องประธานวุฒิสภา รีบส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญแค่ชั่วข้ามคืน จนคีย์แมนรัฐบาลตั้งหลักรับมือไม่ทัน หวังผลสูงถึงขั้นล้างกระดานการเมือง

ฉวยจังหวะแก้เผ็ด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินยุทธวิธีบริหารอำนาจพลาดครั้งใหญ่ กล้าเสี่ยงนำระดับสายล่อฟ้าร่วมทัพ ครม.
อาการย่ามใจนายใหญ่ เหยียบคันเร่งไม่แตะเบรก กลายเป็นเสียท่าแหกโค้ง ทำ “นายกฯเศรษฐา” ติดบ่วงข้อกฎหมาย
เครือข่าย 40 สว.ให้บทเรียนอดีตนายกฯเหิมล้ำเส้น ไม่เดินตามดีลที่ตกลงกันไว้ตอนตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว โชว์บทท้าทายทุกขั้วอำนาจ หลังได้รับพักโทษ ทั้งการเดินสายลงพื้นที่ทั่วสารทิศ โชว์พลังการเมือง การถูกจับจ้องแทรกแซงฟอร์มทีม ครม.
แม้กระทั่งการรุกกระชับพื้นที่ลดทอนอำนาจพรรคร่วมรัฐบาล กลืนเลือดทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ
กลายเป็นศูนย์รวมอำนาจรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ผิดวิสัย คนได้รับพักโทษที่ควรกบดานอยู่นิ่งๆ
แถมชื่อ “ทักษิณ” ถูกนำไปตั้งคำถามความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม เปรียบเทียบกับกลุ่มเด็กและเยาวชนมีความแตกต่างกันลิบลับ กลายเป็นหัวเชื้อกระพือพลังเด็กรุ่นใหม่ ช่วยบวกเรตติ้งให้พรรคก้าวไกลโดยอัตโนมัติ
สถานการณ์ที่ขั้วอำนาจเก่าต้องเดินเกมไล่บล็อกอำนาจ “ทักษิณ” กระตุกห้าวนายใหญ่
ส่งสัญญาณขอล้มกระดานดีลอำนาจเดิมตอนตั้งรัฐบาล เปิดดีลเจรจารอบใหม่ ตีกรอบการเคลื่อนไหว “ทักษิณ” ในห้วงที่ “นายกฯนิด” มีคดีอยู่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ
โจทก์เก่าเปิดเกมบุก บีบนายใหญ่ลดเพดานบิน งานนี้ “อดีตนายกฯทักษิณ” ก็น่าจะอ่านสัญญาณออกคงต้องชั่งน้ำหนักลดบทบาทตัวเอง เดินเกมอย่างระมัดระวัง ไม่เรียกแรงหมั่นไส้จากเหล่าศัตรูเก่า หรือเรียกศัตรูใหม่เพิ่ม
ต้องยกการ์ดสูงตั้งรับเกมขึงอำนาจ ไม่เสี่ยงเพลี่ยงพล้ำเดินเข้าสู่เรดโซน.
ทีมข่าวการเมือง