ผมเวียนวนอยู่กับเล่ม 1 มหากาพย์ชนชาติไท เต้าตามไต เต้าทางไท (ชลธิรา สัตยาวัฒนา ชายชื้น คำแดงยอดไตย สำนักพิมพ์ทางอีศาน พ.ศ.2566) สะดุดใจ หัวข้อบทที่ 7 แลนตายแลนมี (วลีต่อจาก เสือตายเสือแทน)
สัญญะ เสือ สื่อความองอาจหาญกล้า แต่ สัญญะ แลน…สื่อได้แค่ไหน?
ค่อยๆทำความเข้าใจ…เมื่ออ่านถึง บทที่ 8 อารักษ์เมืองเชียงราย อ้าว! วงศ์แลนโด่งดังในเชียงรายนี่เอง
มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์ ในบริบทสังคมล้านนา เคยมีบุคคลสายวงศ์แลน ที่มีบรรดาศักดิ์เป็นขุน แล้วก็เป็นขุน ที่ปรากฏตนอย่างเคร่ง ขรึม ขลัง ในคำประกาศเทวดา อารักษ์เมืองเชียงราย
เข้าใจร่วมกันก่อน เมืองเชียงรายสมัยโบราณ กว้างขวาง ครอบคลุมบางส่วนทั้งดินแดนจีน แดนพม่า แดนไทย แดนลาว ชาวชนล้านนาไปมาหาสู่กันแบบบ้านพี่เมืองน้อง ไม่มีเส้นแบ่งพรมแดนแบบวันนี้
ในบริบทชาวเชียงรายสมัยก่อน ผีบ้านผีเมืองได้รับการอัญเชิญให้เป็นเทวดาประเภท “อาฮักเมืองเชียงราย” อารักษ์เมืองเชียงรายทั้ง 9 องค์ ล้วนมีคำว่าขุนนำหน้า
1 ขุนคงคำฮ้อย 2 ขุนส้อยคอดำ 3 ขุนนิลดำสวาก 4 ขุนหมากขาวข่อยคำ 5 ขุนแลนคำสักสวาด 6 ขุนพรหมฮาดห้าวหาญ 7 ขุนเม็งฮายขานขามกล้า 8 ขุนเจืองฟ้าธัมราช 9 ขุนครามอาจโอภา
ตามหลักแห่งเหตุผล การมีชื่อ “ขุนแลน” ปรากฏตน จากเดิมที่น่าจะเป็นผีบรรพชน ตามสายโคตรด้ำ มีความเป็นไปได้ ขุนแลนมีตัวตนจริง ในช่วงเวลาที่ชาวไต/ไท กลุ่มต่างๆ รวมทั้ง ไทยมาว อีกบางสายโคตรวงศ์ ที่โยกย้ายถิ่นฐานจากลุ่มแม่น้ำคง (สาละวิน) ลุ่มแม่น้ำมาว และลุ่มแม่น้ำอิระวดี
โดยล่องตามๆกันมาจนถึงลุ่มแม่น้ำกก อันเป็นที่ตั้งของเมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงรายปัจจุบัน
ในขณะที่เจ้าเสือก่าฟ้า ชาวไตมาว สายด้ำเสือ เดินทางจากถิ่นเดิมอาณาจักรหมอกขาวมาวโหลงไปทางฟากตะวันตก (ไทอาหม) ช่วงเวลาใกล้เคียงกันพี่น้องชาวไต/ไท ไตมาว ไตโยน ไตลื้อ ไตดำ ไตขาว ออกเดินทางค่อนไปทางทิศตะวันออก
…
ในขบวนการเคลื่อนไหวนี้ มีเชื้อเครือบางสายโคตรวงศ์ ทั้งของ ขุนคงคำฮ้อย ขุนส้อยคอดำ ขุนนิลดำสวาก ขุนหมากขาวข่อยคำ และขุนแลนคำสักสวาด ผู้มีฉายานามบ่งชี้เป็นบรรพชนสายวงศ์แลน ร่วมเดินทางมาด้วย
การเดินทางมาสร้างบ้านแปงเมืองใหม่ ในพื้นที่ตอนเหนือประเทศไทย มิได้ลงหลักปักฐานในดินแดนว่างเปล่า หากเป็นหลักแหล่งที่มีฐานมวลชนท้องถิ่นดั้งเดิมสายตระกูลมอญเขมร ละว้า และพี่น้องลัวะ
คราวนี้จึงเป็นการย้ายถิ่นทางยุทธศาสตร์ เกิดการผสมผสานกลมกลืนทางชาติพันธุ์ ส่งผลกระทบถึงการกลืนกลายทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ในระดับโครงสร้างบ้านเมืองและราชวงศ์
ที่สำคัญคือชนพื้นเมืองลัวะและเมงนั้น มีสมาชิกสายวงศ์แลนรวมอยู่ มีผู้นำโคตรวงศ์แลน เป็นตัวเป็นตนมีบทบาทชัดเจน
สัมพันธไมตรีระหว่างผู้มาใหม่กลุ่มโคตรวงศ์ต่างๆ นำโดยสิงหนวัติกุมาร กับกลุ่มชนพื้นเมืองดั้งเดิม ได้รับการเชื่อมประสานโดยนักพรต (ฤาษี) เมื่อผลการพบปะเจรจารอมชอมเป็นที่รับรู้ร่วมกัน
อาณาจักรแห่งใหม่ที่ได้ชื่อ โยนกนาคพันธุ์สิงหนวัตินครไชยบุรีศรีช้างแสน จึงเกิดขึ้น
อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วก็ลองหลับตามโน ถึงพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่ฝั่งลาวเพิ่งขุดเจอกลางแม่น้ำโขง…นั่นแหละประจักษ์หลักฐานความยิ่งใหญ่ของเมืองเชียงแสน ที่ถล่มจมหายกับแผ่นดินไหวหรือมหาอุทกภัยไปนานแสนนาน
ก็ขนาดพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และอาณาจักรเชียงแสนอันยิ่งยง ยังล่มสลาย นับประสาอะไร ที่จะติดตามถามหา ขุนเจือง ขุนเม็งราย หรือเทพอารักษ์ขลังอย่างสายวงศ์แลน.
กิเลน ประลองเชิง
คลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม