.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

ผมเวียนวนอยู่กับเล่ม 1 มหากาพย์ชนชาติไท เต้าตามไต เต้าทางไท (ชลธิรา สัตยาวัฒนา ชายชื้น คำแดงยอดไตย สำนักพิมพ์ทางอีศาน พ.ศ.2566) สะดุดใจ หัวข้อบทที่ 7 แลนตายแลนมี (วลีต่อจาก เสือตายเสือแทน)

สัญญะ เสือ สื่อความองอาจหาญกล้า แต่ สัญญะ แลน…สื่อได้แค่ไหน?

ค่อยๆทำความเข้าใจ…เมื่ออ่านถึง บทที่ 8 อารักษ์เมืองเชียงราย อ้าว! วงศ์แลนโด่งดังในเชียงรายนี่เอง

มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์ ในบริบทสังคมล้านนา เคยมีบุคคลสายวงศ์แลน ที่มีบรรดาศักดิ์เป็นขุน แล้วก็เป็นขุน ที่ปรากฏตนอย่างเคร่ง ขรึม ขลัง ในคำประกาศเทวดา อารักษ์เมืองเชียงราย

เข้าใจร่วมกันก่อน เมืองเชียงรายสมัยโบราณ กว้างขวาง ครอบคลุมบางส่วนทั้งดินแดนจีน แดนพม่า แดนไทย แดนลาว ชาวชนล้านนาไปมาหาสู่กันแบบบ้านพี่เมืองน้อง ไม่มีเส้นแบ่งพรมแดนแบบวันนี้

ในบริบทชาวเชียงรายสมัยก่อน ผีบ้านผีเมืองได้รับการอัญเชิญให้เป็นเทวดาประเภท “อาฮักเมืองเชียงราย” อารักษ์เมืองเชียงรายทั้ง 9 องค์ ล้วนมีคำว่าขุนนำหน้า

1 ขุนคงคำฮ้อย 2 ขุนส้อยคอดำ 3 ขุนนิลดำสวาก 4 ขุนหมากขาวข่อยคำ 5 ขุนแลนคำสักสวาด 6 ขุนพรหมฮาดห้าวหาญ 7 ขุนเม็งฮายขานขามกล้า 8 ขุนเจืองฟ้าธัมราช 9 ขุนครามอาจโอภา

ตามหลักแห่งเหตุผล การมีชื่อ “ขุนแลน” ปรากฏตน จากเดิมที่น่าจะเป็นผีบรรพชน ตามสายโคตรด้ำ มีความเป็นไปได้ ขุนแลนมีตัวตนจริง ในช่วงเวลาที่ชาวไต/ไท กลุ่มต่างๆ รวมทั้ง ไทยมาว อีกบางสายโคตรวงศ์ ที่โยกย้ายถิ่นฐานจากลุ่มแม่น้ำคง (สาละวิน) ลุ่มแม่น้ำมาว และลุ่มแม่น้ำอิระวดี

โดยล่องตามๆกันมาจนถึงลุ่มแม่น้ำกก อันเป็นที่ตั้งของเมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงรายปัจจุบัน

ในขณะที่เจ้าเสือก่าฟ้า ชาวไตมาว สายด้ำเสือ เดินทางจากถิ่นเดิมอาณาจักรหมอกขาวมาวโหลงไปทางฟากตะวันตก (ไทอาหม) ช่วงเวลาใกล้เคียงกันพี่น้องชาวไต/ไท ไตมาว ไตโยน ไตลื้อ ไตดำ ไตขาว ออกเดินทางค่อนไปทางทิศตะวันออก

ในขบวนการเคลื่อนไหวนี้ มีเชื้อเครือบางสายโคตรวงศ์ ทั้งของ ขุนคงคำฮ้อย ขุนส้อยคอดำ ขุนนิลดำสวาก ขุนหมากขาวข่อยคำ และขุนแลนคำสักสวาด ผู้มีฉายานามบ่งชี้เป็นบรรพชนสายวงศ์แลน ร่วมเดินทางมาด้วย

การเดินทางมาสร้างบ้านแปงเมืองใหม่ ในพื้นที่ตอนเหนือประเทศไทย มิได้ลงหลักปักฐานในดินแดนว่างเปล่า หากเป็นหลักแหล่งที่มีฐานมวลชนท้องถิ่นดั้งเดิมสายตระกูลมอญเขมร ละว้า และพี่น้องลัวะ

คราวนี้จึงเป็นการย้ายถิ่นทางยุทธศาสตร์ เกิดการผสมผสานกลมกลืนทางชาติพันธุ์ ส่งผลกระทบถึงการกลืนกลายทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ในระดับโครงสร้างบ้านเมืองและราชวงศ์

ที่สำคัญคือชนพื้นเมืองลัวะและเมงนั้น มีสมาชิกสายวงศ์แลนรวมอยู่ มีผู้นำโคตรวงศ์แลน เป็นตัวเป็นตนมีบทบาทชัดเจน

สัมพันธไมตรีระหว่างผู้มาใหม่กลุ่มโคตรวงศ์ต่างๆ นำโดยสิงหนวัติกุมาร กับกลุ่มชนพื้นเมืองดั้งเดิม ได้รับการเชื่อมประสานโดยนักพรต (ฤาษี) เมื่อผลการพบปะเจรจารอมชอมเป็นที่รับรู้ร่วมกัน

อาณาจักรแห่งใหม่ที่ได้ชื่อ โยนกนาคพันธุ์สิงหนวัตินครไชยบุรีศรีช้างแสน จึงเกิดขึ้น

อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วก็ลองหลับตามโน ถึงพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่ฝั่งลาวเพิ่งขุดเจอกลางแม่น้ำโขง…นั่นแหละประจักษ์หลักฐานความยิ่งใหญ่ของเมืองเชียงแสน ที่ถล่มจมหายกับแผ่นดินไหวหรือมหาอุทกภัยไปนานแสนนาน

ก็ขนาดพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และอาณาจักรเชียงแสนอันยิ่งยง ยังล่มสลาย นับประสาอะไร ที่จะติดตามถามหา ขุนเจือง ขุนเม็งราย หรือเทพอารักษ์ขลังอย่างสายวงศ์แลน.

กิเลน ประลองเชิง

คลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม