.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ออกมารับ สารภาพว่า มีผู้ลงสมัคร สว.ต่ำกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ที่คาดว่าจะมีจำนวนนับแสนคน เหลือแค่ 48,117 คน หลังจากการตรวจสอบคุณสมบัติและเปิดให้มีการคัดค้านคุณสมบัติของผู้สมัครภายใน 5 วัน หลังจากการปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 24 พ.ค.แล้วจะเหลือจำนวนเท่าไหร่ ไปว่ากันอีกที ที่พบความผิดปกติก็คือบางอำเภอมีการมาสมัครพร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่

เบื้องต้นจากผู้สมัครใน 20 กลุ่มอาชีพ (สมัครได้ทุกสาขาอาชีพ) และทุกอำเภอรวม 928 อำเภอ (แต่ละจังหวัดมีจำนวนอำเภอไม่ เท่ากันอยู่แล้ว) ที่มาลงสมัครมากที่สุดกลายเป็น จ.ศรีสะเกษ ที่มี 20 อำเภอ มีจำนวนผู้สมัคร 2,764 คน กทม. มี 50 เขต มีผู้สมัคร 2,489 คน และ เชียงใหม่ มี 25 อำเภอ มีผู้สมัคร 2,000 คน ถ้าแยกเป็นภาค ปรากฏว่า ภาคอีสาน มีผู้สมัครมากที่สุด ในขณะที่ จ.น่าน มีถึง 15 อำเภอ มีจำนวนผู้สมัครน้อยที่สุด คือ 98 คน กลายเป็นว่า ภาคเหนือ มีผู้สมัครน้อยที่สุด

ถ้าแยกตาม กลุ่มสาขาอาชีพ กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ หรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ มีผู้สมัครมากที่สุด กว่า 5 พันคน กลุ่มสตรีและกลุ่มการศึกษา ตามมาเป็นลำดับ 2-3 กลุ่มอาชีพที่มีผู้สมัครน้อยที่สุด เป็น กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม ตามด้วย สื่อมวลชน และ ผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์

ดังนั้น หน้าตา สว.ที่จะออกมา จึงไม่สามารถได้ตัวแทนจากทุกกลุ่มอาชีพและทุกจังหวัด เพราะในระดับอำเภอ จะต้องได้รับคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกของกลุ่ม ซึ่งแต่ละจังหวัดแต่ละอำเภอมีผู้สมัครไม่ครบทุกกลุ่มอาชีพ บางอำเภอก็ไม่มีผู้สมัครเลย (ผ่านการเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพจากนั้นมาเลือกไขว้กลุ่ม ดังนั้น กลุ่มไหนมีผู้สมัครมากก็ได้เปรียบ)

ในระดับจังหวัด ยิ่งยากใหญ่เพราะจะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 2 ลำดับแรกของกลุ่ม ที่จะต้องผ่านการเลือกกันเองในกลุ่มและการเลือกไขว้กลุ่มเพื่อให้ได้ 2 อันดับแรกเข้าไปเลือกในระดับประเทศ

ส่วนระดับประเทศ คนที่จะได้เป็น สว.จะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนน สูงสุดในลำดับ 1-10 ของแต่ละกลุ่มอาชีพ (บางอำเภอบางจังหวัด ผู้สมัครอาจจะตกรอบไปแล้ว) 20 กลุ่มอาชีพก็จะได้ สว. จำนวน 200 คน ที่จะต้องผ่านการเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ เหลือ 40 อันดับแรกไปเลือกต่อในรอบจับสลากแบ่งสาย และเลือกไขว้กลุ่ม จนได้ 10 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม

ช่องว่างของกฎหมายคือ จำนวนผู้สมัครในแต่ละกลุ่มแต่ละอำเภอ ที่มีจำนวนผู้สมัครไม่เท่ากัน แต่ละกลุ่มอาชีพก็มีจำนวนผู้สมัครไม่ เท่ากันหรือไม่มีผู้สมัครเลย ต่อมาก็คือการเปิดให้เลือกกันเองและเลือก ไขว้กลุ่มที่จะทำให้เกิดการฮั้วได้ ไม่มีข้อยกเว้นว่าในกรณีที่ระดับอำเภอ หรือกลุ่มอาชีพ ที่มีผู้สมัครต่ำกว่า 5 คน หรือไม่มีผู้สมัครเลยจะทำอย่างไร เช่น ได้คะแนนไม่ถึง 3 คน หรือ 2 คน จะแบ่งสาย จะเลือก ไขว้กันอย่างไร ถ้ามีกลุ่มไม่เกิน 5 กลุ่มแต่ไม่น้อยกว่า 3 กลุ่มตามที่กฎหมายกำหนด แม้ พ.ร.ป.เลือก สว.จะระบุว่าการเลือกระดับอำเภอทำได้ แม้จะไม่มีผู้สมัครครบทุกกลุ่ม หรือกลุ่มใดไม่มีผู้สมัครให้งดการดำเนินการในกลุ่มนั้น ข้อยกเว้นเหล่านี้จะถือว่าเป็นธรรมหรือไม่

เพราะ สว.เป็นการเลือกตั้งระดับประเทศไม่ใช่การเลือกผู้สูงวัย ไม่ใช่สนามเด็กเล่น.

หมัดเหล็ก
[email protected]

คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม