การจะทำให้เก้าอี้นายกรัฐมนตรีมั่นคงและปลอดภัยที่สุด คือ การสร้างป้อมปราการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก
หนทางสำคัญก็คือต้องลงมือปฏิบัติเอง จะอาศัยผู้มากบารมีนอกทำเนียบทั้งหมดคงไม่ได้ หลังจากเจอลูกโดดฟาดเข้าเต็มเปา
คือ 40 สว.ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน กรณีตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรี จนเกิดปัญหาเพราะคุณสมบัติมีปัญหา
ก็เลยโดนลูกหลงไปด้วย
จากนั้น “เศรษฐา ทวีสิน” คงมองเห็นอะไรหลายอย่างที่เกิดขึ้น จึงต้องแก้ไขและปรับเปลี่ยน ทั้งรูปแบบการทำงานและการเสริมจุดแข็ง เพื่อให้รัดกุม อย่างน้อยที่เห็นก็มี 3 เรื่อง
1.การจัดประชุม ครม.เศรษฐกิจ
2.การไม่โชว์ออฟทุกเรื่อง หลังจากประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งแรก ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีคลังเป็นผู้แถลงข่าวเอง เพราะปกติแล้วจะแสดงเองทุกครั้ง
3.การแต่งตั้ง “วิษณุ เครืองาม” เป็นที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ประเด็นล่าสุดที่ตรงเป้า และแก้ปัญหาได้ตรงจุดก็คือการไม่มี “มือกฎหมาย” ข้างกายจนเกิดความผิดพลาดมาแล้ว
จึงต้องเดินงานเองด้วยการไปพบ “วิษณุ” ที่บ้านพัก ซึ่งตอนแรกนึกว่าจะเป็นแค่ปรึกษาหารือ เพื่อขอคำชี้แนะ สำหรับคำชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น
แต่บทสรุปก็คือการเชื้อเชิญให้มาทำหน้าที่ที่ปรึกษาข้างกาย มีตำแหน่งแห่งหนให้ เพื่อป้องกันการบิดพริ้ว
ตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนั้น ไม่ใช่ตำแหน่งทางการเมือง จึงไม่ต้องเสนอให้ ครม.อนุมัติ เป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงินเดือน แต่สามารถให้คำปรึกษานายกรัฐมนตรีได้ทุกเรื่อง…ว่างั้นเถอะ
ไม่ใช่ด้านกฎหมายเพียงอย่างเดียว
ว่ากันว่า กว่าจะลงเอยในตำแหน่งนี้ มีการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อกำกับดูแลข้อกฎหมายต่างๆ
…
แต่ “เนติบริกร” ไม่รับ
เพราะหลังจากพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศวางมือไปแล้ว ขอหยุดเพื่อเขียนหนังสือและเลี้ยงหลานที่บ้าน
แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีมาขอร้อง และเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้ผูกพันกับระบบมากนัก จึงยอมรับคำ แต่ของแบบนี้
คนที่เคยอยู่กับงานลักษณะนี้มาค่อนชีวิต เมื่อเสียงปี่เสียงกลองดังขึ้น ก็ย่อมตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้กลับบ้านเก่า…ว่างั้นเถอะ
“วิษณุ” คลุกคลีกับงานด้านนี้มาตั้งแต่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นก็อยู่ที่ทำเนียบในตำแหน่งนานๆ จนถึงรองนายกรัฐมนตรี จึงรู้งาน รู้คน รู้เรื่องราวต่างๆ มากมาย
ไม่ใช่แค่ด้านกฎหมายเท่านั้น แต่ยังชำนาญการทางการเมืองเป็นพิเศษอีกด้วย
จึงไม่แปลกที่เกือบทุกรัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องดึงให้เข้ามาเป็นทีมงานคนหนึ่ง ไม่ว่ารัฐบาลทหารหรือพลเรือน
อย่าง “บิ๊กตู่” ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำร้องมา 7-8 ครั้ง ปรากฏว่ารอดได้ทุกครั้ง ไม่มีเพลี่ยงพล้ำแม้แต่ครั้งเดียว
วันนี้…นายกรัฐมนตรีคงสบายใจคลายกังวล มองเห็นทางรอดแล้ว!
“สายล่อฟ้า”
คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม