.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

ชนักปักคาหลัง อัยการสูงสุดยืนยันส่งฟ้องศาล

แม้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะแจ้งป่วยโควิด ไม่มาปรากฏตัวเพื่อฟังคำสั่งฟ้องในคดีถูกกล่าวหามาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2558 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

แต่ไม่มีผลอะไรในเชิงคดียังสามารถเดินต่อไปได้

คดีนี้อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องไปแล้วตั้งแต่ 19 ก.ย.2559 แต่ยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลได้

เมื่อนายทักษิณเดินทางเข้าประเทศแต่ถูกควบคุมตัวไว้ในคดีอื่น จึงไปแจ้งให้รับทราบเมื่อ 17 ม.ค.2567 แต่นายทักษิณให้การปฏิเสธพร้อมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม

และวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาอัยการสูงสุดพิจารณาสอบสวนแล้วยืนยันคำสั่งฟ้อง

ตามกระบวนการต้องนำตัวส่งฟ้องศาล แต่นายทักษิณอ้างป่วยไม่ได้เดินทางมา จึงเลื่อนนำตัวส่งฟ้องศาลไปเป็นวันที่ 18 มิ.ย.

ชลธิชา แจ้งเร็ว
ชลธิชา แจ้งเร็ว

น่าสนใจว่านายใหญ่จันทร์ส่องหล้าป่วยจริงหรือป่วยการเมือง จับสัญญาณอะไรได้หรือเปล่า

เพราะก่อนหน้านี้เพียง 2 วัน มีการพิจารณาคดีมาตรา 112 ของ “ลูกเกด” น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล แม้ศาลมีคำสั่งจำคุก 2 ปีไม่รอลงอาญา แต่อนุญาตให้ประกันตัว

กูรูกฎหมายวิเคราะห์คดีนายทักษิณผลคงออกมาไม่ต่างกัน ถ้าปรากฏตัววันนี้น่าจะได้ประกัน

แต่นักการเมืองในเครือข่าย รวมถึงนายทักษิณเองอาจไม่มั่นใจ

นิติสงครามยังคุกรุ่นรุนแรงอยู่ในสนามการเมือง หลักนิติศาสตร์กับหลักรัฐศาสตร์ ยามนี้แยกแยะลำบาก เพราะเห็นกันจะจะคาตา

เมื่อนายทักษิณเดินเกมรัฐศาสตร์หนักหน่วง รุนแรง ก็อาจสุ่มเสี่ยงโดนนิติสงครามย้อนเกล็ด

สัญญาณไม่ลดราวาศอก ชัดเจนตั้งแต่ 40 สว.ลุยปฏิบัติการยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญสอยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ออกจากตำแหน่ง ข้อหาผิดจริยธรรมตั้งรัฐมนตรีคุณสมบัติไม่เหมาะสม

แต่นายทักษิณยังไม่มีท่าทีอ่อนข้อ ออกมาให้สัมภาษณ์แบบเปิดหน้า ยื่นปลายคางตามสไตล์

ทีมงานเครือข่ายเห็นอาการแบบนี้แล้วผวา ต้องทัดทานไม่อยากให้เอาขุนไปเสี่ยง

แรงมาแรงไปอาจมีสิทธิพังทั้งกระดาน น้ำกำลังเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง ยื้อเวลาผ่อนสั้นผ่อนยาวรอสถานการณ์คลี่คลายก่อนดีกว่า

วิษณุ เครืองาม
วิษณุ เครืองาม

ชั่วโมงนี้ “นายกฯนิด” ยังดูใจเย็นกว่า เดินเข้าหา “ซือแป๋กฎหมาย” วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ เชิญมาร่วมทำงานกับรัฐบาลในตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)

หวังพึ่งพาบารมีและฝีมือกฎหมายระดับเซียนเหยียบเมฆไร้ร่องรอย เพื่อช่วยเหลือต่อสู้คดี

“วิษณุ” ไม่ใช่แค่ศาสตราจารย์กฎหมาย ฉายา “เนติบริกร” คือการหยั่งถึงจิตใจ รู้ว่าใครเป็นยังไง ดังนั้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคนแนวไหน “วิษณุ” อ่านใจทะลุ หากได้เขียนคำชี้แจงแก้ต่างรับประกันหายห่วง

สำคัญคือบารมีที่เคยอยู่กับขั้วอำนาจเดิมรัฐบาลที่แล้ว สามารถเกื้อหนุนเสริมพลังหลายมิติ อย่างน้อยคือบอกว่ายังไงก็เป็นพวกเดียวกัน

การไปเชิญแบบเปิดตัว นายกฯเอ่ยปากบอกเอง เหมือนจงใจส่งสัญญาณไปถึงผู้มีอำนาจ

แต่ในทางกลับกันมันเป็นดาบสองคม แฟนคลับคนเสื้อแดงเหมือนโดนกระทำซ้ำซาก พรรคเพื่อไทยไปดึงเอาปรปักษ์ที่เคยชี้หน้าด่ามาเป็นพวกอีกแล้ว แม้แต่คนในเพื่อไทยยังรับไม่ไหว ต้องออกมาโวยระบายความอัดอั้น
จับสัญญาณอาการเพื่อไทยยังดูไม่นิ่ง สับสนอลเวง บางทีไม่รู้จะไปขวาหรือซ้าย

นั่นเพราะชั่วโมงนี้เหมือนขาดเอกภาพภายใน เกิดภาวะอำนาจซ้อน

แม้ประเมินภาพรวมแล้วมั่นใจได้ไปต่อ “นายกฯนิด” น่าจะรอดบ่วงคดี

แต่การแสดงออกตอบโต้ต่างกัน เพราะมองฉากทัศน์ข้างหน้าไม่เหมือนกัน

เหนืออื่นใดถ้ามองภาพรวมแล้ว ยังไงรัฐบาลเพื่อไทย-อนุรักษ์นิยม ก็ต้องกอดคอกันเดินต่อไป

หากมัวแต่เหม็นหน้าหมั่นไส้ทะเลาะกัน ทั้งฝุ่นทั้งเลือดเข้าตา ก็ไม่มีปัญญาไปสร้างสรรค์พลิกเกมเอาชนะคู่แข่ง หนีไม่พ้นตายหมู่

เลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ม้วนเสื่อแพ้เด็ก วันนี้ผลโพลก็เป็นคำตอบชัดเจนถึงการกระทำอยู่แล้ว

เล่นเกมฟาดฟันอำนาจ ต่อรอง เกี้ยเซียะ อวยยศ ปลดล็อกคดี มีแต่ทำลายกระแสนิยมตัวเอง ไม่ได้มีประโยชน์โพดผลอะไรกับประชาชน มีแต่สร้างความเอือมระอา

แล้วจะให้คาดหวังอะไรจากรัฐบาล คะแนนจึงไหลไปค่ายส้มโดยปริยาย

หากไม่ปรับวิธีคิด เปลี่ยนจังหวะก้าว ก็อาจแพ้ทั้งคณะ.

ทีมข่าวการเมือง

คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม