.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

หลังจากกลับมาถึงเมืองไทยทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นไปหมดไม่มีอะไรติดขัดเพียงแต่ต้องไปนอนชั้น 14 รพ.ตำรวจระยะหนึ่งเท่านั้น

มิฉะนั้นก็ต้องไปนอนในคุก

ถือเป็นวิธีการหลีกเลี่ยงอย่างหนึ่ง เพราะมีกฎกติกาบังคับเอาไว้แต่ก็ดีกว่าคนปกติทั่วไปจนถูกนินทาว่าเป็น “อภิสิทธิ์ชน”

แต่ก็คุ้ม…

ที่ชัดๆก็คือได้รับการอภัยโทษจากต้องติดคุก 8 ปี เหลือเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น

อีกทั้งยังได้ “พักโทษ” กลับไปนอนบ้านจันทร์ส่องหล้าแบบไม่ผิดกติกา เมื่อติดคุกจนครบกำหนดก็สามารถใช้ระเบียบของราชทัณฑ์ได้รับการพักโทษออกไปอยู่นอกเรือนจำได้

ว่าไปแล้วจากนักโทษที่ต้องระเหเร่ร่อนออกจากเมืองไปอยู่ต่างประเทศถึง 17 ปี ตัดสินใจกลับเมืองไทยได้อย่างสบายๆแบบนี้

หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว…

พอได้กลับไปอยู่ “จันทร์ส่องหล้า” ที่บอกว่ามีอาการป่วยดูจะหายเป็นปลิดทิ้งโลดแล่นใช้ชีวิตตามปกติเพียงแต่จะไปไหนมาไหนก็ขออนุญาตเท่านั้น

ไปเชียงใหม่ ไปพรรคเพื่อไทย ไปห้าง ไปโคราชก็ไปมาแล้ว

มิหนำซ้ำยังแอบดอดไปเจรจาเพื่อให้เป็นตัวกลางของกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อเจรจาสงบศึกกับรัฐบาลพม่าอีกด้วย

เพียงแต่รัฐบาลไม่เอาด้วยและกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มไม่เอาด้วยท่ามกลางกระแสโจมตีว่า “ลํ้าเส้น” ไปหรือเปล่า เพราะข้ามหน้าข้ามตารัฐบาลไทย

ในทางการเมืองก็มีความเคลื่อนไหวชัดเจน นอกจากหนุน “เศรษฐา ทวีสิน” ทุกกระบวนท่าเชียร์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีนานๆ

พูดง่ายๆว่าแสดงตัวเป็นเจ้าของ “เพื่อไทย” และรัฐบาลอย่างเต็มที่

ใครขวางหรือแสดงท่าทีไม่ชอบก็จะบอกว่า “แก่แล้ว…ทางใครทางมันต่างคนต่างอยู่”

พูดง่ายๆว่า “ทักษิณ” ก่อนนี้เป็นอย่างไรก็ยังคงเป็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

จนกระทั่งมาเกิดเหตุติดๆกัน 2 เรื่องใหญ่ที่ชวนให้คิดเหมือนกันว่าเป็นเพราะเหตุบังเอิญหรือมีใครนำพาให้เกิดขึ้น

40 สว.เข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เหตุมาจาก “พิชิต ชื่นบาน” ขาดคุณสมบัติ

“เศรษฐา” นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ลงนามจึงต้องรับผิดชอบด้วย และเรื่องยาวไปกว่า เพราะศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเพื่อวินิจฉัยหากพบผิดจริงก็ต้องพ้นจากตำแหน่งจนต้องไปดึง “วิษณุ เครืองาม” อดีตนิติบริกรมาช่วยแก้สถานการณ์ให้

จากนั้นอัยการสูงสุดที่มีคำสั่งฟ้อง “ทักษิณ” ที่มีคดีถูกกล่าวหากระทำความผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นคดีเก่าเหตุเกิดที่เกาหลีใต้หลายปีมาแล้ว

คดีนี้หากมองตามรูปการณ์แล้ว ต่างก็มองกันว่าอัยการจะไม่สั่งฟ้องเพื่อให้ทุกอย่างจบไม่มีมลทิน

แต่ตรงกันข้ามอัยการสั่งฟ้องก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมายต่อไป

พูดถึงเรื่องนี้แล้วน่าจะโยงไปถึง “ดีลลับ” ที่ทำให้ “ทักษิณ” ตัดสินใจกลับเมืองไทยเพียงแต่ “ทักษิณ” ได้แสดงอาการและท่าทีหลังจากได้ “พักโทษ” ค่อนข้างจะ “ล้ำเส้น” มากไปหน่อย

ก็เลยโดนมาตรการ “สั่งสอน” ว่าอย่าเหลิงอย่าลำพองเกินไปเพราะแม้จะมายืนตรงจุดนี้ได้ แต่อย่าสำคัญตนผิดว่าไม่มีใครทำอะไรได้แล้ว

วันนี้…คงคิดได้แล้วมั้ง!

“สายล่อฟ้า”

คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม