.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

ขอรับใช้เรื่องไทย-เวียดนามต่อจากคอลัมน์ก่อนหน้านี้ครับ (อ่าน รอยดำในประวัติศาสตร์ไทย-เวียดนาม (1)) การรบระหว่างทหารจากกรมทหารอาสาสมัครไทยกับเวียดกงเต็มไปด้วยความรุนแรง มีการบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ของชาติด้วยกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายไทยไม่ได้นำมาเรียนในสถาบันการศึกษาเพราะเราไม่ใช่ฝ่ายที่โดนกองกำลังต่างชาติเข้ามากระทำย่ำยีในแผ่นดินของตนจึงเฉยๆ เมื่อวันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปก็ลืมเลือนจางหายไป แต่ฝ่ายเวียดนามไม่ใช่ นำมาศึกษาซ้ำๆ และย้ำเตือนกันตลอดเวลา ว่ากองกำลังอาสาสมัครของไทยเคยเข้าไปช่วยสหรัฐฯฆ่าพวกตน

รัฐบาลรับสมัครชายไทยไปเป็นอาสาสมัครในกรมทหารอาสาสมัคร (กรม อสส.) ต่อมาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯแน่นแฟ้นขึ้น กองทัพบกไทยไม่เอาแล้วแค่ ‘กรม’ ตั้งเป็น ‘กองพล’ เพื่อลุยเวียดนามกันเป็นเรื่องเป็นราวเลยดีกว่า ค.ศ.1968 มีการตั้ง พล.อสส. หรือ ‘กองพลทหารอาสาสมัคร’ ที่คนไทยรู้จักกันในนาม ‘กองพลเสือดำ’ ส่วนทหารอเมริกันเรียกกองพลนี้ว่า Black Panther Division มีกำลังพลทั้งสิ้น 11,300 นาย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯลึกซึ้งจนไทยต้องตั้งกองพลใหม่เพื่อช่วยสหรัฐฯ โดยแปรสภาพจากกองพลทหารอาสาสมัคร (กองพลเสือดำ) เป็นกองพลใหม่ที่เรียกว่า ‘กองพลที่ 9’ ซึ่งปัจจุบันทุกวันนี้ก็คือ ‘กองพลทหารราบที่ 9’ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

‘จงอางศึก’ (กรมทหารอาสาสมัคร) และ ‘กองพลเสือดำ’ (กองพลทหารอาสาสมัคร) เป็นหนามตำใจชาวเวียดนามที่ยังไม่มีการดึงออกจนถึงปัจจุบัน

เราพัฒนากองกำลังเพื่อทำงานร่วมกับสหรัฐฯถึงขนาดตั้ง ‘กองบัญชาการกองกำลังทหารไทยในสาธารณรัฐเวียดนาม’ ขึ้นตรงกับกองบัญชาการทหารสูงสุด เข้าไปลุยในแผ่นดินของประเทศเพื่อนบ้านเป็นเวลานานหลายปี ฝ่ายสหรัฐฯสนับสนุนการรบของทหารไทยอย่างต่อเนื่อง ใช้เครื่องบินซี-47 สปุ๊กกี้ ทิ้งพลุส่องสว่างไสวเพื่อให้ทหารไทยยิงปืนใหญ่ใส่พวกเวียดนาม สหรัฐฯสนับสนุนปืนใหญ่และเฮลิคอปเตอร์กันชิปเกือบทุกครั้งที่ทหารไทยไปปฏิบัติการ

มีการตั้งฐานทัพสหรัฐฯในไทยหลายแห่ง ที่จำได้ก็มีค่ายรามสูร สถานีเรดาร์เกาะคา ฐานบินอู่ตะเภา ฐานบินโคราช ฐานบินตาคลี ฐานบินอุบลราชธานี ฐานบินนครพนม และฐานบินน้ำพอง เรายังให้สหรัฐฯแอบสร้างฝูงบินปฏิบัติการพิเศษมากถึง 10 ฝูง เป็นฝูงบินลับที่คนไทยอาจจะไม่ทราบ แต่ภายหลังมีการเปิดเผยและนำไปเรียนกันในโซเวียตและเวียดนาม

เมื่อรู้ว่าจะแพ้ สหรัฐฯก็ขอให้มีการเจรจาที่กรุงปารีสเมื่อ ค.ศ.1973 การเจรจาครั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าสงครามจะยุติ แต่ ‘ข้อตกลงปารีส’ อนุญาตให้สหรัฐฯถอนตัวจากสงครามอย่างมีศักดิ์ศรี สหรัฐฯยังหลอกให้ฝ่ายเราละเมอเพ้อพกว่าจะยังให้การสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ พวกเอ็งรบกันไปเถิด ข้าไม่เอาด้วยแล้ว แต่จะส่งอาวุธให้พวกเอ็งชาวเอเชียเอาไปรบกันให้ตายกลายเป็นผี

หลังจากที่ถอนตัวไปแล้ว อาวุธที่สหรัฐฯให้มีแต่มือสองของเก่าที่เอามาจากเกาหลีใต้และไต้หวัน สตางค์ที่ว่าจะให้ สภาคองเกรสก็ตัดโน่น ลดนี่ ทหารถูกลดเงินเดือนจนไม่พอที่จะส่งไปดูแลครอบครัวได้ เครื่องบินจำนวนมากจอดคาสนามบินเพราะไม่มีน้ำมันเติม

ก่อนหน้าที่จะถูกเท ทหารเอเชียที่ซุกอยู่ตามง่ามตูดของสหรัฐฯไม่เชื่อว่าสหรัฐฯจะเบ่งก้นให้พวกตนไหลลงไปอยู่ในโถส้วม ทุกคนตะโกนว่าสหรัฐฯหักหลัง คำว่า ‘หักหลัง’ ดังลั่นไปในทุกหย่อมหญ้า จนทหารเอเชียที่เข้าไปช่วยสหรัฐฯรบกับเวียดนามหมดกำลังใจ

30 เมษายน 1975 เวลาเช้าตรู่ รถถังที-54 หมายเลข 843 ที่มีผู้บังคับรถชื่อ ‘บุยกวางธาน’ พังประตูทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไซ่ง่อน ทหารเวียดนามใต้ในวันนั้นยืนนิ่งเป็นลิงป่วย ขาดกำลังใจ ไม่มีแรงแม้แต่จะยกปืนขึ้นสู้

บุยกวางธานออกจากรถถังหมายเลข 843 โบกธงเวียดนามเหนือ แล้ววิ่งขึ้นไปในทำเนียบประธานาธิบดี ปลดธงชาติเดิมลงแล้วก็นำธงชาติเวียดนามเหนือชักขึ้นไปโบกสะบัดพัดเด่นเป็นสง่า เป็นอันว่าสหรัฐฯ (และไทย) พ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม ทิ้งรอย แผลเป็นที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจของชาวเวียดนามจนถึงปัจจุบัน.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
[email protected]

คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม