ความขัดแย้งที่พยายามทำให้ไม่ขัดแย้ง คือกรณีที่นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เปิดเผยว่าได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุข แก้ไขคำสั่งให้กัญชากลับมาเป็นยาเสพติด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สวนกลับทันทีว่านโยบายทุกฉบับ เป็นไปเพื่อประชาชนทั้งสิ้น
เนื่องจากมีประชาชนหลายกลุ่มที่ต้องดูแล ทั้งแพทย์แผนไทย ผู้ป่วย ผู้ประกอบการ ชาวบ้าน นโยบายกัญชา ต้องการผลประโยชน์ ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน นายอนุทินกล่าวว่าเรื่องนี้จะไม่สร้างความขัดแย้งในรัฐบาล เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา โดยเน้นประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจ
เห็นได้ชัดว่ามีความพยายามที่จะประนีประนอมกันทั้งสองฝ่าย นายก รัฐมนตรีโพสต์ข้อความขอบคุณนายอนุทิน ที่เชื่อว่าจะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งในรัฐบาล ทั้งๆที่เป็นปัญหาสำคัญในการทำงานร่วมกันของรัฐบาลผสม ลองคิดดูถ้าอยู่ๆ นายอนุทินสั่ง สส.พรรคภูมิใจไทยให้ล้มนโยบายแจกเงินหมื่นของพรรคเพื่อไทย
นโยบายที่คนทั่วไปเรียกว่า “กัญชาเสรี” เป็นนโยบายสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่การเลือกตั้ง 2562 ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง นายอนุทินได้เป็นรองนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข และออกกฎกระทรวงลบกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด ตั้งแต่ 9 มิ.ย.2562
คำสั่งของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นดินแดน “กัญชาเสรี” ขึ้นมาทันที มีการปลูก การแปรรูป การซื้อขาย และการ “พี้” กัญชาเพื่อสันทนาการ แพร่กระจายไปทั่วประเทศ แต่กลายเป็น “สุญญากาศ” เพราะไม่มีกฎหมายบังคับ มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ผ่านความเห็นชอบ ในวาระแรก
แต่ร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชง ถูกเสียงข้างมากโหวตคว่ำในวาระสุดท้าย สส.ที่คว่ำ คือ พรรคร่วมรัฐบาลนั่นเอง เพราะขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้มุ่งใช้กัญชา เพื่อทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังมุ่งแสวงผลประโยชน์ด้านอื่นๆ รวมทั้งการสูบเพื่อสันทนาการ เมื่อไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ จึงร่วมกันคว่ำ
…
ไม่ใช่แต่รัฐสภา แม้แต่วงการแพทย์ก็ออกมาเตือน ให้ระมัดระวังอย่างยิ่งยวด เพราะกัญชายังมีพิษมีภัยอยู่ น่าเป็นห่วงสุด คือ ทำลายสมองเยาวชน อาจทำให้ไทยกลายเป็นสังคมคนมีสมองพิการได้ เพราะไม่มีกฎหมายที่มีประสิทธิ ภาพ ถึงมีกฎหมาย แต่การบังคับใช้กฎหมายติดลบ จนน่าห่วงกระบวนการยุติธรรมล่มสลาย.
คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม