.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

เมื่อประมาณสิบกว่าปีมาแล้ว คนไทยที่เดินทางไปเที่ยวเวียดนาม มักจะได้รับคำบอกเล่าจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นว่า เวียดนามยังล้าหลังอยู่ประมาณสิบกว่าปี ถึงวันนี้มัคคุเทศก์เวียดนามคงต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ เพราะมีอะไรหลายอย่างของเวียดนามที่ก้าวหน้าล้ำเส้นประเทศไทย เช่น ด้านเศรษฐกิจ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (จีดีพี) ของไทยโตขึ้น 1.5% เป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในกลุ่มอาเซียน เพราะเวียดนามโต 5.7% ฟิลิปปินส์ 6.7% อินโดนีเซีย 6.1% มาเลเซีย 4.2%

จีดีพีไตรมาส 1 ของปี 2567 ของไทยต่อทางไตรมาส 4 ของปี 2566 คาดว่าปี 2567 ทั้งปีจีดีพีจะขยายตัว 2–3% มีค่ากลางอยู่ที่ 2.5% ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีดีพีปี 2567 ขยายตัว เพราะการท่องเที่ยวที่ขยายตัวถึง 24.8% รวมทั้งค่าพักแรมและอาหาร การขนส่ง การค้า การเงิน และการบริโภคภาคเอกชน

แต่มีเหตุปัจจัยหลายอย่างที่ทำ ให้เศรษฐกิจไทยโตน้อยกว่าเพื่อนบ้าน เช่น งบประมาณรายจ่ายปี 2567 ยังไม่ออกมา ต้องใช้งบเดิมไปพลางก่อน นอกจากนั้นมีปัจจัยลบภายนอกเหมือนเพื่อนบ้าน เช่น การกีดกันทางการค้า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามรัสเซีย–ยูเครน และสงครามตะวันออกกลาง

มีคนไทยไม่ใช่น้อยที่มีความหวังว่า ประเทศไทยจะกลับสู่ประชาธิปไตย และก้าวเข้าสู่ความรุ่งเรืองด้านเศรษฐกิจ หลังจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 แม้พรรคก้าวไกล ผู้ชนะเลือกตั้งจะถูกกีดกันไปเป็นฝ่ายค้าน แต่เชื่อว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยกับนายกรัฐมนตรีจากนักธุรกิจจะทำให้เศรษฐกิจฟู่ฟ่า

นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้รับยกย่องเป็น “เซลส์แมน” ผู้ขยันขันแข็ง บินไปชักชวนนานาชาติให้มาค้าขายและลงทุนในประเทศไทย แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ทำสัญญาการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศเล็กๆในเอเชียเพียงไม่กี่ประเทศ เจาะตลาดใหญ่ไม่ได้

หลักฐานที่ชัดเจนก็คือ การส่งออกของประเทศไทยนอกจากจะไม่ฟู่ฟ่าแล้ว ยังซบเซาเป็นระยะๆ แม้แต่นโยบายมหาประชานิยมที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงเลือกตั้ง คือการแจกเงินผ่านดิจิทัลวอลเล็ต คนละหมื่นบาท ก็ยังลูกผีลูกคนอยู่ ส่วนด้านการเมือง การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ก็ยังย่ำอยู่กับที่.

คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม