“พร้อมลาออกทุกเมื่อ ถ้าลาออกแล้วทุกอย่างจบ ผมจะทำให้พี่น้องทั้งประเทศ”
ท่าทีขึงขังแข็งกร้าวตลอดการให้สัมภาษณ์ช่วงเช้าวันที่ 21 พ.ค. ของ “พิชิต ชื่นบาน” รมต.ประจำสำนักนายกฯ พร้อมชูกำปั้นแสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่ก็แฝงไว้ด้วยอาการอึดอัดกังวล
กรณี 40 สว.รักษาการ ยื่นสอยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวหาแต่งตั้งนายพิชิตที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี และวันที่ 23 พ.ค.นี้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมพิจารณารับคำร้องหรือไม่
รวดเร็ว ร้ายแรง เฉียบขาด หมากเกมนี้รัฐบาลเพื่อไทยตั้งหลักรับมือกันไม่ทัน
ปฏิบัติการตีแสกหน้าโต้กลับ “นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย จนได้ผลชะงัด
เครือข่ายองคาพยพฝ่ายอนุรักษ์นิยม วางแผนเอาคืนนายใหญ่เพื่อไทย
ความจริงการตั้ง “พิชิต” มาเป็นรัฐมนตรีคราวนี้ระดับบิ๊กเพื่อไทยหารือเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว เพราะรู้ดีว่าต้องชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ในฐานะ “รมต.สายล่อฟ้า”

…
เจ้าตัวเองก็เตรียมไว้หมดทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ต้องการพิสูจน์ตัวเองมานานแล้ว เพราะคำว่า “ทนายถุงขนม” เป็นหนามตำใจมาทั้งชีวิต
“รอจังหวะนี้มานานแล้ว ให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเป็นบรรทัดฐาน เป็นโอกาสที่ได้เคลียร์ชีวิตตัวเอง”
แต่สุดท้ายเรื่องนี้อาจเป็นปริศนาคาใจนายพิชิตต่อไป เมื่อประกาศลาออกในช่วง บ่ายวันเดียวกัน
ทิ้งระเบิดเป็นคำพูดไว้ว่า “มีวาระวงจรอุบาทว์ จับนายกฯเป็นตัวประกัน จึงจำเป็นต้องตัดสินใจแบบนี้ ต้องทำให้อีกฝ่ายปล่อยตัวประกันก่อน”
“พิชิต” ไม่ได้อยากลาออก เฝ้ารอวันนี้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง แต่เป็นผู้ใหญ่ในพรรคที่เปลี่ยนใจไม่กล้าวัดดวงกับเกมเสี่ยงเด็ดขุนล้างกระดาน กระทบไปถึงตัว “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
เพราะยังประเมินไม่ออกว่าหมากเกมนี้แรงแค่ไหน
ยิ่งได้ฟังบรรดาทีมกูรูซือแป๋กฎหมาย แจกแจงเหตุผล “ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต” แล้วยิ่งอ่อนคล้อยตาม
การจะวินิจฉัยนายเศรษฐาฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญในการเสนอชื่อนายพิชิต ลำดับแรกคงต้องพิจารณาก่อนว่า นายพิชิตมีคุณสมบัติไม่ครบในการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่
แต่เมื่อนายพิชิตลาออกไปแล้ว อาจทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยคุณสมบัตินายพิชิต แล้วจะข้ามขั้นตอนไปตัดสินว่านายเศรษฐาฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญคงไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็อาจไม่รับคำร้อง

นายเศรษฐาไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และไม่ต้องเสี่ยงหลุดจากตำแหน่งนายกฯ
นำมาซึ่งสัญญาณถอย ด้วยการให้ “พิชิต” ลาออกทันที มีผลตั้งแต่ 21 พ.ค. ตัดไฟต้นลมก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาวันที่ 23 พ.ค.
เล่นเอาเจ้าตัวกล้ำกลืนจุกอก พูดไม่ออก บอกใครไม่ได้
แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ทีมกฎหมายเพื่อไทยวิเคราะห์นั้นถูกหรือไม่ เพราะในขณะเดียวกันบรรดานักกฎหมาย นักวิชาการต่างออกมากระหน่ำความเห็นว่าเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ถึงแม้รัฐมนตรีจะลาออกไปก็ไร้ผล
เหนืออื่นใดขึ้นอยู่กับการชี้ขาดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 23 พ.ค.เท่านั้น
งานนี้น่าเห็นใจ “พิชิต” ไม่มีใครช่วย มีแต่คนขอให้เสียสละ บรรดาเครือข่ายทีมงานพรรคแนะนำให้ลาออก
ที่ผ่านมารัฐมนตรีหลายคนไม่เห็นด้วยกับการตั้ง “พิชิต” เป็นรัฐมนตรี ตั้งแต่ตั้งรัฐบาลครั้งแรกแล้ว เพราะรู้ดีจะเป็นสายล่อฟ้า
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ งานนี้โทษใครไม่ได้ ต้องไปโทษคนเป็นแบ็กส่ง “พิชิต” เข้ามามากกว่า
แต่ที่สำคัญสถานการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า “เครือข่ายอำนาจเดิม” ถึงยังไงก็ยังคงยืนอยู่ตรงข้าม “เครือข่ายทักษิณ”
แม้ร่วมรัฐบาลกันแล้ว ใช่ว่าจะยังไงก็ได้ ยิ่ง “เพื่อไทย” เดินเกมการเมืองบีบคั้นกดดัน เท่ากับประมาทเกินไป
ทุกวันนี้เครือข่ายอำนาจเดิมกระจายตัวอยู่ทั้งในแวดวงนักวิชาการ ข้าราชการ และหนาแน่นอยู่ใน สว.สภาสูง
อารมณ์ยังคุกรุ่นอยู่ภายใน แม้ฉากหน้าจะเป็นพันธมิตรแต่ก็ไม่สนิทใจ
ถ้ามีจังหวะเมื่อไหร่คงไม่รอช้า ต้องหาช่องดัดหลังอีกแน่.
ทีมข่าวการเมือง
คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม