ถ้าไม่สงสัยคงเป็นเรื่องแปลกไปแล้ว เพราะตอนเช้าประกาศสู้ไม่ถอย ตกบ่ายกลับยื่นใบลาออกเฉยเลย
“พิชิต ชื่นบาน” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเจ้าของ “ถุงขนม” อันลือลั่นสะท้านวงการศาล ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีหมาดๆ
เป็นรัฐมนตรีคนที่ 3 หลังปรับ ครม.รัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน”
ต้องย้อนไปแกะรอยเรื่องนี้จาก “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เลขาธิการกฤษฎีกา ที่ให้สัมภาษณ์สั้นๆแต่ได้ใจความ
“ตอบเท่าที่ถาม”…
อันเนื่องมาจากการที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่าการแต่งตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรีเพราะมั่นใจว่าไม่ขาดคุณสมบัติเนื่องจากได้สอบถามกฤษฎีกาแล้ว
ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาลให้คำแนะนำอะไรไปทางไหน ต้องถือว่าเชื่อถือได้ไว้ก่อน และปลอดภัยด้วย
แต่คงลืมไปว่าที่ส่งคำถามไปนั้นถามว่าอะไร และได้คำตอบกลับมาอย่างไร ตามข้อสันนิษฐานน่าจะเป็นว่า “พิชิต” ที่มีคดีเรื่องถุงขนมแต่ไม่มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก เพียงมีโทษ
แค่ว่าละเมิดอำนาจเท่านั้น
เท่ากับว่าไม่ขาดคุณสมบัติใช่หรือไม่?
คำตอบที่ได้มาคือ “ใช่”
แต่คงลืมไปว่ากรณี “ถุงขนม” นั้นมีหลายประเด็นที่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของ “พิชิต” หลายอย่าง โดยเฉพาะความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และการละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง
คำถามก็คือการให้ “สินบน” นั้นเข้าข่ายหรือไม่?
ก็น่าจะชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบายความ เพราะคนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีมีพฤติกรรมแบบนี้
…
สมควรจะเป็นหรือไม่?
ดังนั้น คำตอบที่ว่าพร้อมสู้ทุกรูปแบบในตอนเช้าแต่พอตกบ่ายกลับประกาศลาออกจากตำแหน่ง ไม่รู้ว่าใครให้คำแนะนำหรือเพิ่งคิดเอง
เพราะถ้าไม่ลาออกก็จะเกิดปัญหาทันที เนื่องจากขาดคุณสมบัติ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการพิจารณาในประเด็นอื่นๆในฐานะความผิดได้
เท่ากับ “จนมุม” ทันที
ศาลรัฐธรรมนูญก็จะรับคำร้องไว้พิจารณาในเบื้องต้นเพราะมีมูลความผิดจริง และพ่วงนายกรัฐมนตรีไปอีกคน เนื่องจากเป็นผู้ลงนามแต่งตั้งและในคำร้องให้พิจารณาความผิดด้วย
จากนี้ไปก็เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
แต่ที่แน่ๆที่ “พิชิต” บอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะเขาถูกวงจรอุบาทว์เล่นงานผ่าน 40 สว. จึงไม่น่าจะใช่
แต่เป็นเพราะเป็นความผิดที่ตัวเองทำทั้งสิ้น
ไม่เกี่ยวกับการโค่นล้มรัฐบาลแต่อย่างใด
ความจริงแล้วเรื่องนี้มันต้องย้อนไปที่การแต่งตั้งรัฐมนตรีในรัฐบาล “เศรษฐา 1” ซึ่งมีชื่อ “พิชิต” ด้วย แต่เนื่องจากมีปัญหาข้อสงสัยเรื่องคุณสมบัติจึงไม่ได้รับแต่งตั้ง
แต่มาครั้งนี้ดูจะมีความมั่นใจอีกทั้ง “ลูกพี่ใหญ่” เข้ามาควบคุมเองก็เลยย่ามใจคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา หรือมีก็น่าจะเคลียร์ได้
ทว่าบ้านนี้เมืองนี้ยังมีความถูกต้องดำรงอยู่ ทำอะไรตามใจไม่ได้!
“สายล่อฟ้า”
คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม