.css-nh9sg4 #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-nh9sg4 .forum2022-logoSponsor-text::after{content:””;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-nh9sg4 ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

ถ้าไม่สงสัยคงเป็นเรื่องแปลกไปแล้ว เพราะตอนเช้าประกาศสู้ไม่ถอย ตกบ่ายกลับยื่นใบลาออกเฉยเลย

“พิชิต ชื่นบาน” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเจ้าของ “ถุงขนม” อันลือลั่นสะท้านวงการศาล ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีหมาดๆ

เป็นรัฐมนตรีคนที่ 3 หลังปรับ ครม.รัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน”

ต้องย้อนไปแกะรอยเรื่องนี้จาก “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เลขาธิการกฤษฎีกา ที่ให้สัมภาษณ์สั้นๆแต่ได้ใจความ

“ตอบเท่าที่ถาม”…

อันเนื่องมาจากการที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่าการแต่งตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรีเพราะมั่นใจว่าไม่ขาดคุณสมบัติเนื่องจากได้สอบถามกฤษฎีกาแล้ว

ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาลให้คำแนะนำอะไรไปทางไหน ต้องถือว่าเชื่อถือได้ไว้ก่อน และปลอดภัยด้วย

แต่คงลืมไปว่าที่ส่งคำถามไปนั้นถามว่าอะไร และได้คำตอบกลับมาอย่างไร ตามข้อสันนิษฐานน่าจะเป็นว่า “พิชิต” ที่มีคดีเรื่องถุงขนมแต่ไม่มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก เพียงมีโทษ

แค่ว่าละเมิดอำนาจเท่านั้น

เท่ากับว่าไม่ขาดคุณสมบัติใช่หรือไม่?

คำตอบที่ได้มาคือ “ใช่”

แต่คงลืมไปว่ากรณี “ถุงขนม” นั้นมีหลายประเด็นที่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของ “พิชิต” หลายอย่าง โดยเฉพาะความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และการละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง

คำถามก็คือการให้ “สินบน” นั้นเข้าข่ายหรือไม่?

ก็น่าจะชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบายความ เพราะคนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีมีพฤติกรรมแบบนี้

สมควรจะเป็นหรือไม่?

ดังนั้น คำตอบที่ว่าพร้อมสู้ทุกรูปแบบในตอนเช้าแต่พอตกบ่ายกลับประกาศลาออกจากตำแหน่ง ไม่รู้ว่าใครให้คำแนะนำหรือเพิ่งคิดเอง

เพราะถ้าไม่ลาออกก็จะเกิดปัญหาทันที เนื่องจากขาดคุณสมบัติ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการพิจารณาในประเด็นอื่นๆในฐานะความผิดได้

เท่ากับ “จนมุม” ทันที

ศาลรัฐธรรมนูญก็จะรับคำร้องไว้พิจารณาในเบื้องต้นเพราะมีมูลความผิดจริง และพ่วงนายกรัฐมนตรีไปอีกคน เนื่องจากเป็นผู้ลงนามแต่งตั้งและในคำร้องให้พิจารณาความผิดด้วย

จากนี้ไปก็เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร

แต่ที่แน่ๆที่ “พิชิต” บอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะเขาถูกวงจรอุบาทว์เล่นงานผ่าน 40 สว. จึงไม่น่าจะใช่

แต่เป็นเพราะเป็นความผิดที่ตัวเองทำทั้งสิ้น

ไม่เกี่ยวกับการโค่นล้มรัฐบาลแต่อย่างใด

ความจริงแล้วเรื่องนี้มันต้องย้อนไปที่การแต่งตั้งรัฐมนตรีในรัฐบาล “เศรษฐา 1” ซึ่งมีชื่อ “พิชิต” ด้วย แต่เนื่องจากมีปัญหาข้อสงสัยเรื่องคุณสมบัติจึงไม่ได้รับแต่งตั้ง

แต่มาครั้งนี้ดูจะมีความมั่นใจอีกทั้ง “ลูกพี่ใหญ่” เข้ามาควบคุมเองก็เลยย่ามใจคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา หรือมีก็น่าจะเคลียร์ได้

ทว่าบ้านนี้เมืองนี้ยังมีความถูกต้องดำรงอยู่ ทำอะไรตามใจไม่ได้!

“สายล่อฟ้า”

คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม