ผมมีหนังสือ “เต๋า ทั้งเก่าใหม่” หลายเล่ม เล่มล่า “สมาธิเต๋า” (โจวจงฮว่า เขียน เหล่าซือ แปล สำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2567) ซับซ้อน ลึกซึ้ง มากกว่าที่เคยอ่าน จนทนไม่ได้ อยากถ่ายทอดสักเรื่อง
เรื่องเวลา เริ่มจากคำถาม “เวลาคืออะไร?” มีหลายคำตอบ และนี่ คือคำตอบหนึ่ง
สิ่งที่เรียกว่าปัจจุบัน ทันทีที่เราพูด ปัจจุบันมันก็กลายเป็นอดีตไปเรียบร้อย ปัจจุบันจึงไม่ได้ดำรงอยู่จริง
แต่อย่างไรก็ตาม เรากลับมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันที่เป็นนามธรรม ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกัน
สำหรับสิ่งที่เรียกอนาคต เป็นเพียงส่วนเสี้ยวของจินตนาการของเรา
สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในจักรวาล ไม่มีอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต เวลาทั้งหมดดำรงอยู่พร้อมกัน เหมือนเส้นตรงเส้นหนึ่ง ที่มีความยาวไม่สิ้นสุด ไม่มีจุดเริ่มต้น และไม่มีจุดสิ้นสุด
มีใครสามารถออกแบบการทดลอง ทำให้สิ่งที่รู้และเข้าใจเพียงสามมิติ ได้สัมผัสและรับรู้ “เวลา” ได้หรือไม่
หลี่จงจว้อ เล่าเรื่องเจ้าเมืองหนานเคอ เล่าขานกันต่อๆมาในจีนโบราณ ลองอ่าน
บ้านของชาย ชื่อขุน อยู่ห่างจากเมืองกวงหลิงสิบไมล์ ทิศใต้ของบ้าน มีต้นกุหลาบขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง 7 ก.ย.ปีที่เก้า ศักราชเจวิงกวน (ค.ศ.629-649) วันหนึ่งเขาดื่มเหล้าจนเมา เพื่อนสองคนช่วยกันพามาส่งบ้าน
เพื่อนคนแรกล้างเท้าที่เปื้อนจากการขี่ม้าให้เขา เพื่อนอีกคนดูแลม้า ในขณะที่ชุนหลับ เขาฝัน มีคนชุดสีม่วงนำพระราชโองการพระราชา ให้เขาไปเข้าเฝ้า เขาขึ้นรถม้างดงามเดินทางเข้าไปในรูต้นกุหลาบหนามต้นใหญ่
ผ่านไร่นาเขียวชะอุ่ม หมู่บ้าน จนเห็นป้ายทอง เขียนชื่อ อาณาจักรแห่งต้นกุหลาบหนาม เขาก็เฝ้าพระราชา ทรงโปรดความรู้ความสามารถของชุน ยกพระราชธิดาให้ และตั้งให้เป็นผู้ปกครองเมืองหนานเคอ
…
ชุนใช้สติปัญญาบริหารราชการบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ประชาชนกินอิ่มนอนอุ่น และมั่งคั่งอย่างที่ไม่เคยปรากฏ เขามีบุตรและธิดากับพระราชธิดา 7 ราษฎรพร้อมใจกันหล่อรูปเหมือนเขาตั้งแท่นบูชา
เวลา 30 ปีผ่านไป เริ่มต้นความเปลี่ยนแปลง เมื่ออาณาจักรตันหลอ ที่อยู่ใกล้เคียง ยกทัพมาโจมตี
ชุนเป็นแม่ทัพใหญ่นำทัพสู้แต่พ่ายแพ้ พระราชาสั่งปลดชุนตั้งคนอื่นแทน ในช่วงเวลาเดียวกับที่ภรรยาเขาตาย
ถึงเวลาที่ชุนไม่มีอำนาจวาสนา แต่เมื่อออกมานอกบ้าน ประชาชนก็ยังเคารพนับถือเขาไม่เสื่อมคลาย แซ่ซ้องสรรเสริญเขาอยู่เหมือนเดิมจนพระราชาเริ่มไม่ไว้วางพระทัย
สั่งขังเขาพักใหญ่ และในที่สุดพระราชาก็สั่งเนรเทศให้กลับบ้าน
ระหว่างเดินทาง ชุนเหงาเศร้า เขาคิดถึงความหลังครั้งที่เคยยิ่งใหญ่
ทันใดนั้น ชุนก็ลืมตาตื่นจากฝัน เขายังนอนอยู่บนเฉลียงซีกขวาของบ้าน เพื่อนคนที่ล้างเท้าก็ยังล้างไม่เสร็จ เพื่อนคนที่แปรงขนม้า ก็ยังแปรงขนม้า แสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับฟ้า ส่องมาต้องกำแพงสวน
น้ำชาในถ้วยข้างตัวยังอุ่น ชุนยกขึ้นดื่ม
ชุนลำดับความ ในเวลาที่ลิ้นรู้รสชา วันเวลายาวนาน 30 ปี ที่เขายิ่งใหญ่เกรียงไกร อยู่ในเมืองหนานเคอนั้น รวมอยู่ในช่วงเวลาที่เขาหลับฝัน…ครู่เดียว
เรื่องของชุนบอกเล่าอะไร บอกเล่าว่า วันเวลาที่ชายคนหนึ่ง ผ่านประสบการณ์ อดีต ปัจจุบัน อนาคต รวมอยู่ในความฝันในช่วงเวลาสั้นๆของเวลาขณะปกติ
นับจากนั้น ชุนเริ่มมีทัศนะต่อเวลาที่แตกต่างๆไปจากเวลาที่เขาเข้าใจมาแต่เดิมๆ
หากคุณผู้อ่าน เคยดูรายการข่าว 3 มิติ ที่คุณกิตติ สิงหาปัด อ่านคงพอเข้าใจ มิติที่ 1-3 ที่จับต้องได้ คืออะไร…ก็ขอขยายความรู้ที่ได้จากการอ่านเรื่องนี้ เวลา…คือมิติที่ 4
หากจะบอกว่า เวลาหรือมิติที่ 4 รวมอยู่ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต คงยากเกินไปที่จะเข้าใจ
และหากผมจะบอกเรื่องที่คนไทยรู้อยู่ในใจ เอ่ยถึงตำแหน่งนายกฯ คุณทักษิณเป็นอดีต คุณเศรษฐาเป็นปัจจุบัน คุณอุ๊งอิ๊งค์เป็นอนาคต ก็น่าจะพอเข้าใจได้บ้าง และหากเป็นคนเข้าถึงธรรม…เข้าใจว่าทุกสิ่งในโลก เป็นเรื่องสมมติ ก็คงจะยิ้มกันออกกันได้หลายคน.
กิเลน ประลองเชิง
คลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม