ต้องถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับนักประชาธิปไตย ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ยกเลิกระเบียบการแนะนำตัวผู้สมัคร สว.บางส่วนที่เห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน เช่น ให้ผู้สมัครแนะนำตัวเป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่ห้ามหาเสียงผ่านสื่อมวลชน ถือว่าจำกัดสิทธิเสรีภาพเกินกว่าเหตุ
การที่ศาลปกครอง ซึ่งเป็นศาลตามรัฐธรรมนูญ พิพากษาให้ยกเลิกระเบียบการเลือก สว. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่นานๆอาจมีสักครั้ง ถือว่าเป็นการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจระหว่างองค์กรต่างๆตามรัฐธรรมนูญ
แม้เลขาธิการ กกต. จะให้สัมภาษณ์สื่อว่าน้อมรับคำพิพากษาศาล แต่จะต้องมีการประชุม กกต. เพื่อหารือว่าจะอุทธรณ์คำพิพากษาหรือไม่ นักวิเคราะห์การเมืองบางคนเชื่อว่า ถ้า กกต.อุทธรณ์อาจทำให้การเลือก สว.ล่าช้าออกไป สว.ชุดแต่งตั้งปัจจุบันต้องรักษาการต่อไปเป็นเกมการเมืองหรือไม่
วิธีการได้มาซึ่ง สว. ที่ทำอยู่ขณะนี้ เป็นวิธีการใหม่ ไม่เคยใช้ในประเทศไทยมาก่อน ไม่ใช่ “เลือกตั้ง” แต่เป็น “การเลือก” กันเองในกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม มีวิธีการที่ค่อนข้างซับซ้อน ระเบียบของ กกต.บางส่วนปิดปากผู้สมัคร ปิดหูปิดตาประชาชน ขัดต่อหลักเสรีภาพในการแสดงความเห็น
การเข้าสู่อำนาจของ “ผู้แทนปวงชนชาวไทย” น่าจะเปิดกว้างให้ทุกๆฝ่ายมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครหรือประชาชนทั่วไป สว.ที่มาจากการเลือกตั้ง การแต่งตั้ง หรือการเลือกกันเอง ก็เป็นผู้แทนปวงชนเช่นเดียวกับ สส.ที่มาจากการเลือกตั้ง กกต. ไม่ควรมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งอย่างเดียว
กกต. เป็นองค์กรอิสระ มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการเข้าสู่อำนาจของทุกองค์กร จึงควรมีอำนาจหน้าที่ในการให้การศึกษาทางการเมืองแก่ประชาชน เหมือนกับรัฐธรรมนูญบางฉบับที่บัญญัติว่า นอกจากดูแลการเลือกตั้งแล้ว กกต.ยังมีอำนาจหน้าที่ให้การศึกษาระบอบประชาธิปไตยแก่ประชาชน
…
โดยร่วมมือประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การเลือกตั้ง สส. หรือการเลือก สว. เป็นบทเรียนการเมืองเรื่องประชาธิปไตยที่สำคัญอย่างยิ่ง เป็นการสอนประชาธิปไตยในภาคปฏิบัติแทนที่จะปิดปาก ปิดหู ปิดตา ทั้งผู้สมัครและประชาชน ซึ่งตรงข้ามกับประชาธิปไตย.
คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม